แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Search Engine Optimization แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Search Engine Optimization แสดงบทความทั้งหมด

SEO ใครว่า Title ไม่สำคัญ

Title นั้นสำคัญหรือไม่นั้นวันนี้จะมาไขข้อกระจ่างและความสำคัญของแต่ละ tag ของ html กันครับ
(title)Blog Blogs SEO SEM Adsense Adword Hacker : Gootum.com(/title)บทความนี้ไม่ไดเขียนจากการอ่านหนังสือแต่เขียนจากการทดลองและประสบการณ์จริงเท่านั้น (ที่จริงก็ไม่อยากบอก) แต่บอกหน่อยก็ดีเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้กัน เข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ สิ่งสำคัญของการทำ SEO ในตอนนี้ต้องย้ำนะครับ(ในตอนนี้)คงหนีไม่พ้น Title สำหรับ Search Engine อย่าง Google เพราะจากการทดลองและที่ได้ดูผลมาตลอดนั้น Title ตอนนี้ทาง Google ให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นๆใด ส่วนใครจะว่าเหตุผลอื่นๆหรือส่วนประกอบอย่างอื่นนั้นก็เรื่องของคุณแล้วกัน ผมว่าเป็นที่ Title แล้วก็ส่วนประกอบอีกซักหนึ่งถึงสองอย่างเท่านั้น วิธีการใส่ Title ให้ได้ผลนั้นให้ใส่ Title เท่าที่จำเป็นเท่านั้นอย่าใส่เยอะเช่น (title)Blog Blogs SEO SEM Adsense Adword Hacker : Gootum.com(/title)

         ให้ใส่ชื่อเว็บไว้หลังข้อความ Title และอยากรู้ว่าให้ใส่ได้กี่ข้อความนั้นไม่ยากเลยวิธีการแบบลูกทุ่งๆให้เปิดหน้าจอเป็น 800×600 มาตราฐานที่ 2 รองลงมาจากหน้าจอ 1024 ที่ยังมีคนใช้หน้าจอ 800 อยู่ให้เปิด Browser ดูข้อความที่เราใส่เข้าไปนั้นว่ามันอ่านครบทุกตัวอักษรที่ใส่เข้าไปไหม หากไม่ครบก็ตัดหรือเปลี่ยนคำให้สั้นลง(ให้เอาจอ 800 เป็นตัวกำหนดส่วนจอ 1024 นั้นจะเห็นเป็นปกติครับ) ผลที่ทดลองจากหลายๆเว็บจึงสรุปได้ว่ามันมีส่วนสำคัญมากๆอาจจะบอกว่าเป็นอันดับต้นๆของการทำSEO ให้ติดที่ 1 ของผล SERPs เลยก็ว่าได้ และองค์ประกอบส่วนอื่นๆที่คุณๆท่านๆรู้กันนั้นก็ต้องใช้ประกอบด้วยนะครับ แต่อย่าลืม Title ก็แล้วกัน หรือเพื่อนๆท่านใดที่ไม่ได้ใส่ Title ในการทำSEO แล้วทำให้ติดSEO ผล SERPs อันดับที่ 1 ได้นั้นมาบอกด้วยนะครับว่าทำยังไงทางผมยินดีรับฟังข้อมูลจากท่านอื่นๆเสมอครับ(อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจากการทดลองหากท่านอื่นมีข้อมูลอะไรเอามาแชร์ความรู้กันครับ) บทความนี้ได้ทดลองกับ 2 เว็บภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนเองครับ 1 เว็บผมสามารถทำให้ติดอันดับ 1 ได้แล้วซึ่ง keyword ที่ติดอันดับ 1 นั้นจำนวน 3 keyword แล้ว 1 keyword ติดที่ 2 สรุปว่า 1 เว็บติดตั้ง 4 keyword อันดับ 1-2 เท่านั้น ส่วนอีกเว็บนึงนั้น keyword มหาหินที่บอกว่าโคตรของโคตรยากที่จะทำติดหน้าแรกได้ผมใช้เวลาเพียง 1 อาทิตย์ทำติดหน้า 2 ได้แต่ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาหน้าแรกได้ตอนไหนแต่มันก็เป็นที่น่าดีใจเพราะว่าก่อนทำไม่ติด 1 ใน 1000 อันดับเลยครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะบอกว่า Title ดีมีผลแก่ SERPs มากๆครับ และอีก 1-2 อย่างที่ยังไม่อยากบอกแต่ขอทำการทำลองก่อนว่ามันจริงอย่างที่ผมคิดไว้รึเปล่า แล้วจะมาบอกอีกครั้งนะครับ แต่ครั้งนี้ยกคะแนนให้ Title ก่อนแล้วกันครับ

แถมข้อคิดไว้นิดนึง
         Search Engine ทำงานยังไงSearch Engine จะทำหน้าที่เชื่อมโยงคำที่คุณป้อนเข้าไปกับฐานข้อมูลของหน้าเว็บที่Search Engine เก็บเอาไว้จากนั้นก็จะแสดงผลออกมาเป็นรายการของ URL กับเนื้อหาโดยย่อหรือที่เรียกา Description และ Search Engine เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับคำค้นหาที่เราป้อนมากที่สุด(1)Search Engine ทุกตัวจะอาศัยคำที่ Title, URL, Description, แล้วเนื้อหาภายในเว็บเป็นพื้นฐานนี้ทั้งสิ้น(2)
Search Engine จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆคือ ควานหา(Search) สร้างดัชนี(indexed) และระบบประมวลผลคำค้น(Runtime System) ทั้งสามส่วนนี้จะหลอมรวมกันเข้าเป็นคุณภาพและความรวดเร็วของ Search Engine และนอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผล 108 ประการที่จะส่งผลให้ SERPs นั้นติดอันดับต้นๆ หากคุณมองออกว่า Search Engine ต้องการอะไรคุณนั่นแหล่ะคือที่ 1 ของ SERPs
ขอให้ทุกท่านโชคดีกับผล SERPs ตามที่ตั้งใจไว้นะครับ และเป็นกำลังใจแก่ชาวSEO ทุกท่านนะครับว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของท่านหรอกครับ…..

SERPs - หน้าแสดงผลการสืบค้น
SEO - Search Engine Optimization (การปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับค้นหาที่ดีขี้น)
Indexed - หน้าที่ถูกเก็บเป็นฐานข้อมูลในการค้นหา

ที่มา: http://blog.gootum.com

Blog และ SEO สัมพันธ์กันอย่างไร

Search Engine         ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่เซียน SEO หรือเซียนบล็อกมาจากไหน แต่บทความที่ผมจะเขียนนี้ ได้มาจากประสบการณ์ และความเข้าใจของผมเอง นักเขียนท่านอื่น อาจมีไอเดียแตกต่างกันไปนะครับ จากที่ผมลองผิดลองถูกในเรื่อง SEO มาพอสมควร และก็มาได้คลุกคลีกับบล็อก ด้วยเช่นกัน ผมมองว่า สองสิ่งนี้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน

1. บล็อกช่วยให้ทำ SEO ได้ง่ายขึ้น
         จากข้อมูลเบื้องต้นของการทำ SEO ที่เคยอ่าน ๆ มา ผมพบว่า keyword มีส่วนสำคัญ สำหรับการทำ SEO โดย keyword ต่าง ๆ ที่เราใช้เป็นเป้าหมายในการทำ SEO นั้น ต้องมีแทรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของหน้าเว็บไซต์ของเรา เช่นใน Title, ใน url, ใน meta tag, ในชื่อไฟล์ , ในหน้าเว็บไซต์ โอ๊ย เยอะครับ

คราวนี้กลับมามองอีกมุมนึงบ้าง เมื่อลักษณะเด่นของ blog คือการที่เราสามารถ เขียนบทความใหม่ๆ ขึ้นมาได้สะดวกมากขึ้น โดยบทความเหล่านั้น เป็นตัวอักษร (Text) นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวเอื้อประโยชน์ให้กับ Search Engine ในการค้นหา keyword ต่าง ๆ ที่อยู่ในบทความของเราเหล่านั้นนั่นเอง

2. SEO ช่วยโปรโมทบล็อก
         บล็อกก็เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการโปรโมทบล็อก ก็หลีกเลี่ยงไมได้ที่จะต้องทำ SEO ควบคู่ไปด้วย อย่างที่บอกในข้อ 1 ไปแล้วว่า เราได้ประโยชน์จากบล็อก ในเรื่องตัว keyword ในบทความ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพียงแค่เขียนบทความ ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์เราพร้อม สำหรับการทำ SEO เราจึงต้องเลือกสรร keyword ที่เราต้องการทำ SEO ใส่ไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น title, url, meta tag , ชื่อไฟล์ เหล่านั้นด้วยครับ

ขอกระซิบเบา ๆ ว่า ยิ่งอัพเดทบล็อกบ่อย ๆ พวก Search Engine ยิ่งชอบครับ เค้าจะมาเก็บข้อมูลเว็บ จนหัวบันไดไม่แห้งเลยครับ

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ
บทความนี้นำมาจากคุณ keng.com
http://keng.com/2006/11/18/relationship-between-blog-and-seo/

Blog ช่วยทำ SEO ได้อย่างไร

         มีหลายคนตั้งคำถามว่า การเขียน blog ช่วยให้อันดับใน search engine สูงขึ้นได้จริงหรือ ช่วยการทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือไม่ เราลองมาวิเคราะห์กันดูดีกว่าครับ ว่ามันจะได้ผลจริงรึเปล่า

         โดยผมได้ลองเช็ค blog อย่าง keng.com ซึ่งเป็นเว็บที่เกิดขึ้นมานานแล้ว กับเว็บบล็อกอย่าง Vinegar Girl ซึ่งเพิ่งจะเปิดมาได้เพียง 1 เดือน ว่ามีความ popularity และอันดับใน search engine อย่าง google ดีแค่ไหนกันแน่

         เราหันมามองรูปแบบการค้นหาของ google กันก่อนดีกว่า เบื้องต้นคือ google จะค้นหา keyword จากเนื้อหาในเว็บไซต์ หรือในบล็อก หลังจากที่ค้นจาก keyword แล้ว google จะดูจากความ popular ของเว็บนั้น ๆ ว่ามีคนทำ link เข้ามาหามากแค่ไหน หากเว็บไหนมี link เข้ามาหามา จะถือว่านั่นมีความ popular มาก อันดับก็จะดีกว่าเว็บที่ popular น้อยกว่าครับ

         จุดต่อมาที่น่าสังเกตก็คือ google จะให้ความสำคัญ กับเว็บไซต์ที่มีการปรับปรุงเว็บบ่อย ๆ เพราะยิ่งเรา update บ่อยแค่ไหน google ก็จะส่ง spy bot มาสำรวจเว็บเราบ่อยแค่นั้น

         ลักษณะของบล็อกนั้น จะมีเนื้อหามาก เพราะข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็น text แล้วยังเอื้ออำนวยให้นักเขียนบล็อก update ได้ง่ายด้วย โดยบล็อกทั้งสองที่ผมยกตัวอย่างมาลองศึกษานั้น ทั้ง keng.com และ vinegargirl.com มีการ update เนื้อหากันแทบทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น google bot ก็น่าจะเข้ามาเกือบจะทุกวันเช่นกันครับ

         สิ่งแรกที่ผมตรวจสอบคือ link ที่มีเข้ามาหาเว็บทั้งสองแห่ง ที่เราเรียกว่า popularity ของเว็บนั่นเอง ในกรณีของ keng.com นั้น เมื่อผมลองตรวจดูด้วย SEO Tools ของบริษัท SEO Inc ปรากฎว่ามี link in เข้ามาหา keng.com ที่ตรวจสอบได้โดย Search Engine ต่าง ๆ ได้ผลดังนี้

Keng.com

จาก Google มีทั้งหมด 106 links
จาก Yahoo มีทั้งหมด 5,810 links
จาก MSN มีทั้งหมด 1,926 links

         ซึ่งจำนวนของ link in ของ keng.com นี่ผมยังไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะว่าเป็นเว็บที่เปิดมาหลายปีแล้ว แต่ที่ทำให้ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจน นั่นก็คือจำนวน link in ของ Vinegar Girl ที่เพิ่งจะเปิดเว็บมาได้เพียง 1 เดือนนั่นเองครับ โดยผมลองทดสอบด้วย Seo Tool bar ของ SEO Inc เช่นกัน ได้ผลดังนี้

VinegarGirl.com

จาก Google มีทั้งหมด 18 links
จาก Yahoo มีทั้งหมด 176 links
จาก MSN มีทั้งหมด 1,030 links
         และ google ยังจัดเก็บเว็บของ vinegar girl ไปอยู่ใน database ทั้งหมด 52 หน้าแล้วครับ

         นี่คงเป็นผลพวงอันชัดเจนของการ update เว็บทุกวัน โดยเขียน content ใหม่ๆ เพิ่มตลอดเวลา

         สำหรับเว็บ keng.com นั้น เมื่อทดลอง search ด้วย keyword อย่าง “blog คืออะไร” ใน google ปรากฎว่า อยู่ในอันดับที่ 1 หรือหากมีการเคลื่อนไหว ตอนนี้อันดับยังไม่เกินอันดับสี่ครับ ส่วน keyword คำว่า “บล็อก?” ก็ทำอันดับอยู่ในหน้าแรกของ google ได้อยู่ครับ หรือ keyword อย่าง “blog ไทย” ก็ได้อันดับอยู่หน้าแรกของผล search จาก google เช่นเดียวกัน

         ในขณะเดียวกัน ลองหันมามองผล search result จาก google สำหรับบล็อกอย่าง Vinegar Girl ซึ่งเป็นบล็อกเกี่ยวกับแฟชั่น และความสวยความงาม กันหน่อยดีกว่าครับ ได้อันดับดี ๆ ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “มาสคาร่า” “แอปเปิ้ล cider vinegar” “ขนตา” หรือแม้แต่คำว่า “แฟชั่น” ก็ยังได้ผลอยู่ในหน้าแรกของผลการ search ใน msn เช่นกัน

         ผมมองว่า สิ่งเหล่านี้ น่าจะทำให้เราได้เห็นภาพกันมากขึ้นว่า blog สามารถทำ search engine optimization (SEO) ได้เช่นเดียวกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ครับ

         หลังจากได้เห็นผลอันดับต่าง ๆ จาก blog ที่เราใช้ทดสอบทั้งสองบล็อกอย่าง keng.com และ vinegargirl.com แล้ว ในตอนนี้ผมจะมาแฉวิธีที่เราใช้ เพื่อทำการเพิ่ม link in ให้มีมากขึ้นอย่างง่าย ๆ นะครับ

1. แลกลิ้งค์กันเองระหว่าง Blog

         ผมใช้วิธีแลกลิ้งค์ระหว่างบล็อกทั้งสองแห่งครับ โดยในทุกหน้าของ keng.com ก็จะมีลิ้งค์ไปหา vinegargirl.com และในทางกลับกัน ในทุกหน้าของ vinegargirl.com ก็มีลิ้งค์มาหา keng.com วิธีนี้จะเพิ่ม link in ให้ทั้งสองบล็อกได้มากทีเดียวครับ เช่นหาก keng.com มี 40 หน้า นั่นหมายถึงว่า vinegargirl.com จะได้ link in ถึง 40 ลิงค์เชียวครับ

2. ใช้ Tags ของ technorati

         ใน Blog Search Engine อย่าง Technorati นั้น จะสามารถให้เรา add เข้าสู่ technorati ได้ง่าย โดยการใช้ Tags ครับ ยิ่งเราสร้าง tags ใหม่ ๆ มากขึ้นเท่าไหร่ จะเป็นการเพิ่ม link in ที่เราจะได้รับจาก technorati มากขึ้นเท่านั้นครับ และที่สำคัญ tags เหล่านั้น ยังเปรียบเสมือนเป็น key words ที่ google หรือ search engine อื่น ๆ ใช้ในการค้นหาเว็บของเราอีกด้วยครับ

3. อัพเดทบล็อกให้บ่อยที่สุด


         ยิ่งเราอัพเดทบล็อกบ่อยมากเท่าไหร่ จะทำให้ google bot เข้ามาเก็บข้อมูลใน blog เราบ่อยขึ้นเท่านั้น นั่นหมายถึงเราจะมี key words ใหม่ ๆ เข้าไปอยู่ใน google ทุก ๆ บทความใหม่ของเราครับ

ลองเอาไปทดลองดูนะครับ แค่สามวิธีนี้ก็น่าจะได้รับผลการจัดอันดับใน search engine ได้ดีขึ้นแล้วล่ะครับ

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ
บทความนี้นำมาจากคุณ keng.com
http://keng.com/2005/11/03/blog-help-search-engine-ranking/

ทำ Search Engine Marketing คุ้มค่าแค่ไหน?

         การทำ Search Engine Marketing แสดงให้เห็นว่ามีตัวเลข ROI (Return on Investment) ที่ดี แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น ทั้งในการทำ Search Engine Optimization (SEO) และ Paid Search นั่นเอง สำหรับนักการตลาดที่ ดูข้อมูลสถิติเว็บ และนำมาวิเคราะห์ จะเห็นว่าตัวเลขข้อมูลสถิติ คนเข้าเว็บที่มาจากการทำ SEO และ paid search นั้น มีแนวโน้มที่เป็นไปในทางบวก

         Chart นี้จาก MarketingSherpa แสดงให้เห็นว่า ความคุ้มค่าต่อการลงทุน (ROI) ของการทำ organic search (SEO) และการทำ paid search หรือ pay-per-click (PPC) นั้นดีขึ้น

         โดยทาง MarketingSherpa ได้ทำการสอบถาม ไปยังนักการตลาดทั่วโลก เกี่ยวกับการวัด ROI ของการทำ Search โดยการใช้การวัดผล แบบในรูปภาพด้านบน โดยจากภาพ จะเห็นแนวโน้ม และมีการคาดการณ์ว่า การใช้ pay-per-click จะมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการทำ pay-per-click นั้นสูงขึ้น

         ถ้าดูจากข้อมูลในชาร์ท จะเห็นว่าทางด้าน SEO มีผู้ตอบแบบสอบถาม บอกว่าการทำ SEO คือแทคติคที่ดี (Strongest Tactic) มีความคุ้มค่าในการลงทุน ค่อนข้างสูง โดยตัวเลขมีการเติบโต 3% มากขึ้นกว่าปี 2007 ในขณะที่ความคุ้มค่าในการลงทุน (Good ROI) นั้นขยับตัวขึ้น 2 จุดเป็น 38% และตัวเลขที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ตัวเลขของการวัดผล ที่บอกว่า ยากต่อการวัด (hard to gauge) นั้นลดลงถึง 6 จุด (28%) เป็นผลโดยตรงมาจากการที่ โปรแกรมการวัดผลต่าง ๆ เช่น Analytics นั้น มีให้เราเลือกใช้กันอย่างมากมาย

         นักการตลาดที่เก่ง ๆ ก็จะวิเคราะห์ข้อมูล จาก Analytics ในเชิงลึกมากขึ้น เช่น จะดูไปถึงว่า คนเข้าเว็บที่มาจากแหล่งต่างกัน เช่นมาจาก SEO มาจาก Referral Page หรือมาจาก direct traffic นั้นมีผลต่างกันอย่างไร โดยส่วนมากจะเห็นว่า traffic ที่มาจาก natural search (SEO) มักจะมีแนวโน้มที่ดีกว่า traffic ที่มาจากวิธีอื่น เช่น หากเว็บเราวัดผลโดยการ ให้ลงทะเบียน ก็จะเห็นว่าคนเข้าเว็บที่มาจาก Natural search นั้น มีการลงทะเบียนในเว็บเรา เยอะกว่า คนที่เข้าเว็บมาจากแหล่งอื่น ๆ

         ส่วน Paid Search ก็ยังมีตัวเลขที่ดี โดยนักการตลาดยังบอกว่า Paid Search เป็นแทคติคที่ดี (Strongest Tactic) อยู่ แม้ว่าตัวเลขจะตกลงไปนิดหน่อยจากปีที่แล้ว และความคุ้มค่าในการลงทุนนนั้น มีตัวเลขที่ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นมากถึง 7 จุด (20%)

         สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นผลมาจากการที่ความรู้เรื่อง SEO และ Pay-Per-Click สามารถหาอ่านได้ทั่วไป และนักการตลาดที่เข้าใจ และสามารถวิเคราะห์สถิติต่าง ๆ จากเว็บของตนเองได้ดี ก็จะเห็นว่าการตอบแทนของการทำ SEO และ Pay-Per-Click หรือ paid search นั้น มีความคุ้มค่ามากขึ้น

         จากข้อมูลต่าง ๆ ที่เราเห็นกันตอนนี้ และใครที่ได้ลองทำ SEO ให้กับเว็บของตัวเอง หรือของลูกค้า จะเห็นว่าทำได้ยากขึ้น ในการที่จะได้อันดับดี ๆ ในผลการค้นหาของ Search Engine เพราะว่า ทุกวันนี้ คนเริ่มมีความรู้มากขึ้น เลยทำ SEO กันเยอะขึ้นนั่นเองครับ

ข้อมูลจาก : MarketingSherpa
ภาพไฮไลท์จาก : bewelcompix

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ
บทความนี้นำมาจากคุณ keng.com

http://keng.com/2008/06/24/roi-of-search-engine-marketing-2/

บทพิสูจน์ว่า Blog ช่วยในเรื่อง Search Engine Optimization

         ช่วงหนึ่งเดือนหลังสุดนี้ บล็อกแห่งนี้มีผู้เยี่ยมชมเพิ่มขึ้นอย่างน่าดีใจครับ และที่สำคัญกว่านั้น จำนวนผู้เยี่ยมชมครึ่งหนึ่ง มาจากการ Search ของ Google ครับ นี่คือภาพกราฟแสดงจำนวนผู้เข้าชมบล็อก keng.com เป็นเปอร์เซ็นครับ กราฟนี้ผมนำมาจากรายงานสถิติของ Google Analytics ที่ keng.com ใช้อยู่ครับ

keng.com statistic by google analytics

         มาวิเคราะห์ข้อมูลข้างบนกันดีกว่าครับ ผมพยายามเขียนบทความใหม่ ๆ ให้ได้ทุกวัน แต่ก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตาม การเขียนบทความของผม ได้นำเทคนิคการทำ Search Engine Optimization มาใช้ด้วย นั่นคือการเลือกใช้ keyword ที่เหมาะสมที่ผมเลือกไว้ มาใช้ประกอบการเขียนบทความครับ และบาง keyword ที่ตั้งใจว่าจะให้อยู่อันดับต้น ๆ ใน google ให้ได้ ก็เข้าเป้า แต่บ้างคำก็ไม่ติดอันดับ

  • จาก Google 50.76%
  • เข้า keng.com โดยตรง 21.02%
  • อื่น ๆ 22.76%

         ที่เหลือก็จะเป็นผู้เยี่ยมชมที่มาจาก referer อย่าง storythai.com , home.kku.ac.th และ bloglines.com ซึ่งเป็น rss reader ชื่อดังอีกตัวหนึ่ง

         ด้วยความที่ว่าการเขียนบล็อกนั้น จะทำให้เกิดข้อมูลที่เป็น text จำนวนมาก ซึ่ง text เหล่านั้น ก็เป็น keyword ที่อยู่ในเนื้อหาของบล็อก และ google จะชอบเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือ blog ที่เป็น text มากทีเดียว

         นั่นหมายถึงว่า แต่ละคำที่คุณเขียนลงไป นั่นอาจเป็น keyword ที่ใครบางคนค้นหา และนี่เอง เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงมีคน search พบเจอบล็อกของผม ผ่านทาง Google ครับ คุณเองก็มีโอกาสเพิ่มยอดผู้ชมเว็บของคุณได้ โดยการเพิ่มเติมส่วน blog เข้าไปที่เว็บของคุณด้วย นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เว็บของคุณจะถูกค้นพบโดย search engine ได้ครับ

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ
บทความนี้นำมาจากคุณ keng.com
http://keng.com/2006/04/26/blog-can-help-seo/

 

Followers

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

My Blog List

ข่าวเด่นข่าวด่วน

Site Info