Disable "Your computer might be at risk" Popup in Windows XP

Since upgrading to XP SP2 a long time ago, I constantly get nagged by a popup message that tells me my computer might be at risk because I don't have an antivirus software installed. Here's how to turn off that annoying message.

Note: You should probably have antivirus software installed.


You will want to open up your control panel, and then open the Security Center icon.

On the left hand side of the security center window, you will see a resources section. Click the bottom link, "Change the way Security Center alerts me"



You can choose which alert to disable here. Since I don't have antivirus software, I unchecked the bottom checkbox.



No more annoying popups!

Make Money for Scour - Search Socially

The Mission

Scour's purpose is to bridge the gap between searchers and relevant results. By providing a platform for the user to vote and comment on relevancy, searchers connect with one another creating a true social search community, attained through innovative solutions to meet the needs of today's web searchers.

So, login and get active! Play a part in the Scour community and get rewarded for what you already do- Search!


1) First sign up here
Earn money with Scour!
Earn money with Scour!

2) Once your Signed up log in to your account


Download the file below:
Rapidshare
or
Megaupload

And Open File by Winrar Programe.


3) Next Sign in to www.scour.com


4) Finish Internet Explorer will Auto Search!

สุดยอดคัมภีร์การทำ CJ

       ผมขอมาเล่าประสบการณ์ รูปแบบการทำ CJ ที่ผมทำมาใน
       ว่าผมเริ่มทำมายังไง ผิดพลาดตรงไหน และได้กำไรยังไง บอกใว้ก่อนว่า
คือเริ่มแรกรู้จัก Cj เพราะ ผมก็อ่านมาจากหนังสือ เล่มหนึ่ง
ผมก็เลยลองทำดู อยากบอกตรงๆว่าในหนังสือ มันอ่านแล้วทำให้ดูง่าย แต่จริงๆมันยาก
       ข้อผิดพลาดคือ ผมคิดว่าธุรกิจนี้มันง่าย ทำให้ขาดการหาข้อมูลเพิ่มเติม ประมาท เท่ากับ ขาดทุน

จนมาเจอเวบไซ้นี้ ผมก็ค่อยๆเริ่มอ่านและศึกษา มาเรื่อยๆ

       บางวิธีเค้าบอกว่า เราต้องหาคีเวิอดที่มีคู่แข่งน้อย บิดราคาต่ำๆ ผมก็ลองทำแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
จนผมมาคิดดูว่า ไอ้คีเวิอร์ดที่คนเค้ามีคู่แข่งเยอะๆ เค้าแข่งกันไปทำไม ถ้ามันไม่ได้กำไร แล้วเค้าเสียเงินให้กูเกิ้ลกันไปทำไม
       ผมใช้คีเวิอดที่มีคู่แข่งเยอะเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นคีเวิอร์ดที่ยาว 2-3 คำเท่านั้น เช่น love you หรือ i love you

คือ เข้าไปสู้กับเค้าเลย ไม่ต้องมานั่งหาคีเวิอร์ดใหม่ ใช้ AD กับ Landing page เข้าไปสู้
       ถ้า ad คุณอยู่อันดับที่ 1 ใน คีเวิอร์ด ที่คนใช้เยอะๆซักคำนึง ชีวิตนี้คุณแทบจะไม่ต้องทำมาหากินอะไรอีกแล้ว

       หลายคนเค้าก็บอกว่า ถ้าเราทุนน้อย อย่าไปสู้กับเค้าเลย สู้ไม่ได้
จริงๆมันก็ถูกต้อง แต่ข้อดีของโฆษณา มันแข่งกันที่ ไอเดีย ไม่ใช่ทุน
(อย่างหนังเรื่อง แบล์ วิส โปรเจ็ค ใช้เงินลงทุน 5 ล้านบาท แต่ทำเงินได้เท่ากับ หนัง สตาวอร์ที่ลงทุนหลายร้อยล้าน)

       เริ่มแรก เลือกสินค้า ใน CJ ตอนแรกเราต้องดูว่า เราถนัดอะไร ชอบอะไร ก็ลองเลืกสินค้านั้นๆก่อน ผมรักหมา ผมเลยขาย Dog.com
       พอเลือกสินค้าได้ ผมก็ต้องเข้าไปที่เวบเจ้าของสินค้า แล้วดูว่า เวบนั้น มี google pagerank เท่าไร ถ้าน้อยกว่า 4 อย่าไปทำเสียเวลา
       แต่ปัญหาใหญ่ของคนไทย คือ เค้าจะไม่ค่อย รับ ยิ่งมือใหม่ที่ epc และ epm ขึ้นเป็น new จะยิ่งยาก
       วิธีแก้คือ คุณต้องไปสร้างเวบไซที่เกี่ยวข้องมาเวบนึง หรือ ไปก้อบใครมาก็ได้ แล้วก็เมล์ ไปหา เจ้าของสินค้า คืแพยายามหาอีเมล์ของเจ้าของสินค้าให้ได้มากที่สุด
แล้วก็เมล์ เช่น aff@abc.com , admin@abc.com ,info@abc.com ,webmaster@abc.com
       คือ บางทีเราเมล์ไปเจอ เวบมาสเตอร์ หรือ พนักงานคนอื่น เค้าก็อาจจะฟอร์เวิด เมล์เราไป ให้คนที่มีหน้าที่อนุมัดให้เราอีกที

       ในเมล์คุณต้องบอกไปเลยว่า เป็นใคร มาจากไหน เป็นเจ้าของเวบอะไร เก่งกาจแค่ไหน ทำยอดขายให้คุณได้แน่ๆ โม้ไปเลย แต่อย่าโม้ยาวเดียวเค้าจะขี้เกียจอ่าน

ผมเอา คีเวิอร์ด มาจากไหน
       ผมเข้าไปที่ www.seodigger.com แล้วก็ใส่ชื่อ เวบไซรไปเลย มันจะมี คีเวอร์ด ของเวบนั้นๆที่เค้าใช้อยู่ออกมา เช่น dog.com มันจะมี คีเวิอร์ด ที่เวบdog.comนั้นใช้ ออกมา 2102 คำ เสร็จแล้ว ก็เอามาจัดกลุ่ม คัดแยกให้มันดี คำไหนยาวๆเอาออกไปก่อน
       ส่วนมากคีเวิอร์ดที่เจ้าของสินค้าใช้ คือ คีเวิอร์ดที่เค้าทดลองแล้วว่าเค้าขายได้ เค้าเลยใช้
***อย่า ไปใช้ คีเวิอร์ด ที่เจ้าของสินค้าห้ามใช้เด็ดขาด ไม่งั้นซวยแน่ ***

เสร็จแล้วคุณก็ค่อยเลือกคำมาใช้ กับ AD ที่คุณเขียน

       Landing Page : สำคัญมาก ถ้าไม่มี ก็อย่าทำ CJ เลย ผมไม่รูเรื่องเวบไซร์เลย ภาษาอังกริด ผมก็ห่วยมากๆ
       Landing Page : หน้าแรกที่ผมทำ คือ เขียนเป็นภาษาไทย แล้วไปให้ น้อง แปลเป็นภาษาอังกริดให้ (กอปคนอื่นๆเค้ามาบ้างด้วย)แล้ว อัพโหลดลงใน Blogspot.com ให้

       ลองเข้าไปดูได้ครับที่ http://aboutblogtips.blogspot.com/ สังเกตุวันที่ล่าสุดว่าไม่ได้อัพเดตเลย ตอนนี้ blogไม่ได้ทำแล้วครับ แต่ยังอยู่
       มือใหม่ อยากให้เริ่มใช้ blog ทำ Landing Page เพราะ มันฟรี ผมว่าถ้าดู Blog ผมอันนี้แล้วอาจจะได้ ไอเดียเพิ่มเติมขึ้นนะครับ
       บล้อกนี้ เป็นงานแรกที่ ทำกำไรให้ผมเลยครับ ประมาณ 150 ดอลล่า
แต่ที่ผมเลิกทำเพราะผมไปเจอ Landing Page รูปแบบอื่นที่ทำกำไรได้มากกว่านี้เยอะ

สรุปรูปแบบการทำ CJ ของผมเริ่มที่ CJสินค้า -- AD + คีเวิอร์ด -- landing page -- gg yahoo msn --

วันนี้เริ่มที่ คีเวิอร์ด ก่อนละกัน
ที่ถามมาว่า



Quote
  • ใช้ Mass Keyword เหมือนคุณ Asiram หรือป่าวครับ

  • วิธีหา Keyword Niche แนะนำให้ใช้ Tool ตัวไหนดี

       รูปแบบของผมจะต่างกับ asimar ตรงที่ว่า เค้าจะเน้นใช้คีเวิอร์ดเยอะๆ แต่ของผมจะใช้คีเวิอร์ดประมาณ 5-20 ตัว ต่อ ad และต่อ Landing Page
บาง Ad ของผมมี คีเวิอร์ด แค่ 2 ตัวเท่านั้น

       คือ คีเวิอร์ด ของผมมันจะต้อง ไปเข้ากับ Ad และหน้า Landing Page คือมีความหมายไปในทางเดียวกัน

รูปแบบของผม คือ อย่างคำว่า
คีเวิอร์ด คำว่า Dog Food (คำนี้มันกว้างไปอย่าไปใช้)
ผมก็จะเขียน AD ว่า ลองเข้ามาดูที่เวบเราจะไม่เสียเวลาไปหาที่อื่น คือถ้าหาซื้อ Dog Food อยู่เข้ามาเลย เสร็จแล้วก็จะส่ง ไปที่ Landing Page ที่จะเป็นตัวบอกว่า Dog Food ที่ไหนมีขายบ้าง ราคาเท่าไร ยี่ห้อไหนดี ซื้อกับใครดี รายละเอียดต้องอย่ายาวมาก (เดี๋ยวค่อยมาคุยเรื่องรายละเอียด Landing Page กันอีกที)

Quote
  • วิธีหา keyword niche แนะนำให้ใช้ tool ตัวไหนดี

       เวลาหาคีเวิอร์ด ผมจะใช้แต่ของฟรี คือ www.seodigger.com แล้วค่อยๆมาคัดเอาคำเอาเอง
       คือผมจะ ต้องดูก่อนว่า อาหารหมา มีเวบใครขายบ้าง แล้วก็เอามาดูในเวบ seodigger แล้วเลือก คำมาแข่งกับเค้า
       เราไม่ต้องแข่งกับเค้าทุกคำ ลองเลือกกลุ่มคำที่มีความหมายใก้ลๆกัน แล้วเริ่มแข่งกับเค้าดู เช่น dog food จะแบ่งไปตามยี่ห้อ แบ่งไปตามพันธุ์ของหมา แบ่งหลายแบบ คือ ไปดูว่า dog.com และ petco.com เค้าใช้คีเวอร์ดอะไรบ้าง

       เวลาผมเสนอขายสินค้า ในหน้า Landing Page ผมจะเสนอไปทีละ หลายๆเจ้าให้เค้าเลือกซื้อเลย ทั้งรูปแบบจะคล้าย เวบ www.bizrate.com บวก กับ Amazon.com

แต่ข้อเสียของทั้งสองเวบ bizrate และ amazon คือ ผมคิดว่ามันขาดพนักงานขาย

       ผมคิดว่า Landing Page มันก็เหมือนพนักงายขายของ หรือ เด็กเชียเบียร์ ที่จะต้องกระตุ้นให้ซื้อ
       เราต้องใส่พนักงายขาย (Tacking ID) เข้าไปใน Landing Page เราด้วย เมื่อก่อนผมเคยเป็นคนขายเสื้อยืดอยู่ที่ตลาดนัด ผมเลยรู้ว่าถ้าพูดยังไงลูกค้าเค้าจะซื้อ

       มันก็เหมือน เวลาไปห้าง lotus ถ้าไปแผนกขายทีวี จะมีพนักงานมาคุยกับคุณ เค้าคุยอะไรกับคุณ
       บางทีอย่าไปมองอะไรไกลตัว หรืออ่าน ebook ของฝรั่งเค้ามากไป รูปแบบการขายของคนไทยนี่แหละที่อย่ามองข้าม หยิบเอามาใช้ แล้วเอามาประยุกกับการขายใน CJ

ถ้าลูกค้าเข้ามาที่ Landing Page เราแล้ว เราจะมีสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีพนักงานขายด้วย

       คือ ประมาณว่า เอา Bizrate + Amazon + พนักงานขายแนะนำสินค้า
ยิ่งคุณ ได้รับ อนุยาต ให้โฆษณา สินค้าได้หลายเจ้ามากเท่าไร คุณก็จะมีสินค้า มาให้ลูกค้าเลือกได้มาก

Quote

ยกตัวอย่าง คุณรู้ไหมว่า ถ้าจะซื้อ notebook vaio ที่ไหนถูกที่สุด?
amazon หรือ bestbuy หรือ sonyshop หรือ...
คำตอบ คือ เข้ามาที่หน้า Landing Page ของผม คุณจะรู้ได้เลย

       ไอเดียของผม คือว่า ถ้าเสียเงินให้google แล้ว เราส่งลูกค้าเค้าไปที่ หน้าเวบ amazon.comหน้าเดียว ลูกค้าเค้าจะเลือกได้ยังไง
       แต่ถ้าส่งไปที่หน้า Landin Page เราแล้วเค้าได้เลือก คลิกที่ลิ้งไหนของเรา เราก็ได้ค่าคอมทุกลิ้ง ไม่เสียเวลา ไม่พอใจเวบคนขายก็กด back กลับมาที่เวบเราแล้วเลือกลิ้งอื่นของเรา " ถ้าในหน้า Landing Page มี 5 ลิ้ง เราก็มีโอกาศ 5 ครั้งให้ลูกค้าเลือก "

       แต่ถ้าคุณส่งเค้าจากsearch ของ google ไปที่ หน้าเวบโดยตรง เช่น หน้าเวบbestbuy.com แล้วลูกค้าไม่พอใจ เค้ากด back กลับมาก็เจอหน้า search ของ google แล้วเค้าก็ไปคลิกที่ โฆษณาคนอื่นเราก็จบเลย

นี่คือ Landing Page แบบ คร่าวๆ ตอนผมเริ่มทำ ผมก๋เริ่มทำทีละหน้า ค่อยๆทดลองดูว่าขายได้ไหม

       AD ก็สำคัญ เวลา ผมเริ่มทดสอบ Ad ขั้นตอนนี้เปลืองเงินมาก (ต้องพูดกันยาว)
       เริ่มแรกเราจะไม่รู้เลยว่า คู่แข่งเค้า bid คีเวิอร์ด กันที่ราคาเท่าไร
แต่ผมจะเริ่มที่ตั้งค่าบิดไว้ที่ 0.5 แล้วตั้งงบไว้ที่ 5 ดอลล่าต่อวัน ผ่านไปซักพัก ก็จะเห็นแล้วว่า ad เราอยู่ที่เท่าไร
       ข้อสำคัญ ในการทดสอบ คือ Ad เราต้องอยู่ที่หน้าแรกเท่านั้น หรืออย่างมากคือ อันดันที่ 11-13

เสร็จแล้วก็มาดูค่า CTR คือ ผมจะมีมาตฐานของผมไว้เลยว่า
  • ถ้า AD เราอยู่อันดับที่ 1-3 ค่า CTR จะเท่ากับ 18-30%

  • ถ้า AD เราอยู่อันดับที่4-6 ค่า CTR จะเท่ากับ 10-15%

  • ถ้า AD เราอยู่อันดับที่7-10 ค่า CTR จะเท่ากับ5-10%

       ถ้าต่ำกว่านี้ แปลว่า Ad ของผมเขียนไม่ค่อยดี ไม่สัมพันกับ คีเวิอร์ด
ใน AD ผมทุกอัน จะต้องมีคีเวิอร์ด อนู่อย่างน้อย 2 อัน ในad นั้น เช่น คีเวิอร์ด big dog food ใน ad จะต้องมีคำว่า dog food อยู่ที่บรรทัดแรก และอีกคำอยู่ที่ ไหนก็ได้ใน ad

       ที่ต้องมี keyword อยู่ 2 อัน เพื่อ adword จะจัดประมวลผลเราออกมาว่า ยอดเยี่ยม แล้วผ่านไปซักพัก ราคาต่อคลิกจะลดลง
       ที่สำคัญคือ url ที่โชว์ กับ url ที่ส่งไปใน adword ต้องเป็นอันเดียวกัน แล้วรับลอง ค่าบิดคุณจะลดลง และอันดับจะดีมาก
หรือถ้าทำไม่ได้ ก็ให้ไปจด url มาใหม่ แล้วใช้ url forward ไปที่ลิ้งที่เราจะส่งไปก็ได้

Quote
       การที่ทำ CJ โดยใช้ LP กับ ไม่ใช้ LP มันต่างกันยังไงเหรอคับ
lp นี่คือ Landing Page ใช่ไหมครับ

ผมเคยทำมาทั้งสองแบบ กับ คีเวิอร์ด เดียวกัน เช่นคำว่า

psp download คำนี้เป็นคีเวิอร์ดทำเงินครับ เพื่อนๆเอาไปใช้ได้ แต่ google เค้าห้ามใช้แล้ว

       จากคีเวิอร์ดคำนี้ ทำให้ผมเห็นว่า การที่เรามี landing page ผมขายได้ เงินมากกว่า ไม่มี Landing Page ครับ
นี่คือพลังของ Landing Page วันนี้

รายจ่ายของ adword วันนี้
โฆษณา แข่งที่ ไอเดีย ครับ ไม่ใช่เงิน



       จริงๆหลายๆคนคงสงสัยว่าผมมานั่งบอก อะไรคนอื่นๆเค้าทำไม
ผมไม่ได้ต้องการอะไรแค่อยากบอกว่า ตลาดมันใหญ่มาก รายได้ผมมาจากสินค้าแค่ 20 บริษัท และผมมี สินค้าอีกหลายตัว ที่ผมรอเข้าไปแข่งอยู่ ตอนนี้ทุนพร้อมแต่เวลาไม่มี บางอันแข่งผมก็แพ้ บางอันได้ที่1 บางอันได้ที่5
       แต่ใน CJ มันมีสินค้าเยอะมาก อยากให้พี่ๆน้องๆ ลองมาได้อ่านรูปแบบใหม่ๆ ของผมบ้าง เผื่อเป็นทางเลือก ในการดำเนินธุรกิจ

การทดสอบ AD กับ คีเวิอร์ด

เรื่องนี้สำคัญ ต้องใช้ทุน ในการทำ และเรื่องการเลือกคีเวิอร์ดมาใช้ ต้องมีหลักการ



       เรื่อง ของ Landing Page ยังมีอีก แต่คงไม่มีตัวอย่างให้ดู เสียใจด้วย และ เรื่องการทำ Adword มีทริกนิดหน่อย

       และสำคัญสุด การฆ่าคู่แข่ง หรือ เจ้าของคีเวิอร์ด ต้องเล่นมันให้ตาย เราจะได้เป็นเจ้าของคีเวิอร์ดทำเงิน (รูปแบบสายดำ)
บางทีอาจโดนเค้าเล่นเรามาก่อน

Quote
       "ตลอดปีที่ผ่านมา ผมแข่งมาเยอะ เจอเล่นมาหลายรูปแบบ โดนแกล้งสารพัด ทำทั้งแบบดำ และ แบบขาว
แต่ CJ เสียอย่างเดียว เค้าไม่ยอมให้ CJ Performance กับผม ไม่งั้นผมคง โดนเล่นน้อยกว่านี้"
รบกวนอธิบายประโยคนี้ด้วยครับ ไม่ทราบว่าเค้าสามารถแกล้งเรายังไงได้บ้าง(ดำ-ขาว เป็นยังไง) แล้วเรามีวิธีป้องกันยังไงครับ อีกอย่าง การได้ CJ Performance จะช่วยให้ไม่โดนแกล้งเหรอครับ

       เอาการแกล้ง แบบง่ายๆ ก่อนครับ ผมเคยโดนคู่แข่ง เค้าเอา link CJ ของผม ไปโฆษณาให้ผม(เค้าคงหวังดี) ในคีเวอร์ดที่เจ้าของสินค้าเค้าห้ามไว้ แล้วถ่ายรูปและแจ้งไปทางเจ้าของให้มาตรวจดู และผมก็โดนเจ้าของสินค้าเค้าเมล์มาด่าเลย และแจ้งทางคอมไพลแอ้น ของ CJ

       วิธีแก้ก็บอกกับเค้าไปตรงๆ ว่าไม่ใช่เรา เพื่อความสบายใจเอาค่าคอม ในเวลานั้นๆคืนไปเลย บอกไปตรงๆ
       ผมมี CJ อยู่ 3 account ถ้าโดนเจ้าของสินค้าให้เลิกทำ ผมก็ใช้อีก Account ทำต่อไปก่อนเลย แต่ส่วนมากคุยกันได้ Cj เค้ามักจะช่วยเรา

       ถ้าผมได้ CJ perfromance ผมจะมีเครดิตขึ้นอีกเยอะ มันเหมือน cj เค้าจะตีตรารับรองให้เรา เวลาคุยกับ เจ้าของสินค้า หรือ คอมไพแอ้น CJ จะง่ายขึ้น แต่เค้าไม่ให้ผม เค้าเก็บไว้ให้แต่กับคนประเทศ
       นี่คือการแกล้งแบบเบสิค มีอีกหลายเคส ในการทำธุรกิจก็มีการแกล้งกันทุกธุรกิจ เป็นเรื่องธรรมดา

Quote

       ขอตอบแทนก็แล้วกัน..โดน แกล้งก็น่าจะ..แบบ ว่า โดนคู่แข่ง Click ให้เราเสียตังค์นะซิ..หรือไม่ก็แกล้ง Bid ราคา Keyword ให้สูง ล่อให้เรา หลงกล Bid แข่ง แล้วเค้าก็..ถอย เราก็รับไปเต็มๆ..อะไรประมาณนี้ครับ จากประสบการณ์ที่ลองทำมา..
อันนี้ผมเรียกว่าการเข้ามาแข่งกันครับ เป็นแบบขาว

Quote
1. จะรู้ได้ไงว่า keyword ตัวไหนทําเงินให้เราครับเพราะถ้าใช้ landing page มันจะ track ยังไงหรือครับ?
เมื่อก่อนผมส่งไปที่ advertiser เลย + tracking "?sid=xxx" ก็จะรู้ keyword ทําเงินได้บน CJ report
หรือว่าให้ทดสอบว่ามันทําเงินได้ก่อนค่อยทํา landing page? huh

       มันก็ track ยากนะครับ ผมไม่เคย track keyword เป็นคำๆ ส่วนมาก ผมจะจัดคำเป็นกลุ่มๆเช่น sony vaio ก็จะเอาคำที่ เวบไซ้เจ้าของสินค้าทุกอันที่ผมโฆษณาให้ ที่เกียวกับคำนี้ มาใช้ ดูว่าแต่ละเจ้าเค้าใช้คำไหนบ้าง แล้วก็ทำ Landing Page มาหน้านึง แล้วใช้คีเวิอร์ของแต่ละเจ้าไปเลย ถ้าขายได้ก็ขายไปเลย แล้วค่อยมาหาวิธีลดบิดเอา
       ผมคิดว่า เวลาคนหาซื้อของ เค้าจะไม่ค่อยหาหรือใช้คำแปลกๆ สมมุติถ้าคุณจะซื้อ sony vaio คุณจะใช้คำว่าอะไร
คุณคงไม่ใช้คำว่า where i can buy sony vaio คงใช้คำง่ายๆ ถ้าหาเจอสิ่งที่ต้องหารแล้วก็คงซื้อเลย

Quote
       "พอเลือกสินค้าได้ ผมก็ต้องเข้าไปที่เวบเจ้าของสินค้า แล้วดูว่า เวบนั้น มี Google Pagerank เท่าไร ถ้าน้อยกว่า 4 อย่าไปทำเสียเวลา"

2. เหตุผลเพราะอะไรหรือครับ? ยิ่งถ้าเราใช้ Landing Page มันก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะ Promote เค้ายังไงไม่ไช่หรือครับ?

       จริงๆผมก็ไม่รู้นะ ผมแค่คิดเอาเอง ว่า ถ้าเวบเค้าเจ๋ง Page Rank ก็น่าจะเยอะ อย่าง Cj.com ยังมี Page Rank 8 เลย
แต่ถ้าทำ Landing Page ผมก็ไม่ค่อยสนใจ Page Rank นะ

Quote
       "และสำคัญสุด การฆ่าคู่แข่ง หรือ เจ้าของคีเวิอร์ด ต้องเล่นมันให้ตาย เราจะได้เป็นเจ้าของคีเวิอร์ดทำเงิน (รูปแบบสายดำ)"

3. อันนี้ทําไงหรือครับ? ทําหลายๆ Account + Web SEO หรือเปล่า (Techique ป่าล้อมเมือง?) อยากรู้มากครับ
       จริงๆ ผมไม่อยากบอกเลย มันไม่สะอาด
ถ้าสมมุติ คุณบอกว่า หมู่บ้านผมขายไก่ย่างแล้วกำไรดี วันหนึ่งมีคนมาขายไก่ย่างแข่งกับผมแล้วทำไงดี แล้วถ้าผมบอกว่า เอามือปืนไปยิงเค้าเลยนี่แหละคือ รูปแบบสายดำ

Quote
1.ที่บอกว่าขายของประมาณ 20 บริษัทเนี่ย ทำ Landing Page ทุกที่เลยหรือเปล่าครับ

       ไม่ทุกที่ครับ ทำแต่อันที่มันขายสินค้าเหมือนกัน เช่น ที่ไหนขาย sony vaio ผมก็เอามารวมกันไว้ในหน้า Landing Page หน้าเดียวเลย โฆษณามันทีเดียวหลายๆเจ้าไปเลย
้พยายามเน้นคุณภาพ ไปที่ Landing Page เอาข้อมูลสั้นๆ ได้ใจความ ถ้า Landing Page คุณมีคุณภาพอีกหน่อย ถ้ามีหลายๆหน้ามันจะรวมกันเป็นเวบเอง

Quote
2.ขายใน Adword หรือ แบบ Web + SEO เพื่อติดอันดับ Natural Search ครับ
       เริ่มแรกต้องทำ ใน Adword ถ้าเจอคำ เจ๋งๆ แล้ว ก็ค่อยทำ SEO ผมจ้างเค้าทำ SEO ให้ผมมานานแล้ว ยังไม่ติด หน้า1เลย
คนที่ผมจ้างทำ SEO ก็นั่งหัวเลาะแบบแห้ง แล้วบอก ใจเย็นดิพี่ กินเบียร์ก่อน เดี๋ยวมันก็ติด

Quote
3.ตอนนี้ Landing Page ยังใช้ Blog อยู่หรือเปล่าครับหรือจด Domain เอง
       เมื่อก่อนใช้ Blog เพราะมันฟรี ตอนนี้ ผมจ้างเค้าทำเวบ ทำเองแล้วไม่สวยไม่อยากมาเสียเวลาศึกษาด้วย ตอนนี้มี 7 เวบแล้วครับ
ค่อยเริ่มครับ ค่อยๆทำ พอมันมีหลายๆหน้ามันก็รวมมาเป็นเวบได้เอง

       ผมต้องอัพเดตแทบทุกว่น เพราะ เดี๋ยวเจ้านู้นก็เมล์มาบอกว่า ลดราคาช่วงนี้ เจ้านี้ก็มีโปรโมชั่นแบบนั้น เราก็ต้อง อัพเดตไป มีเมล์มาทุกวัน ขนาดวันปีใหม31/12/07เจ้าของสินค้ามันยังเมล์มาหาผมเลย ไม่รู้จักพักผ่อน

Quote
4.ถ้าขายหลายๆ Web ต้องจด Domain ใหม่ทั้งหมดเลยหรือเปล่าครับ
       ก็ควรจะต้องจด Domain ผมลองสังเกตุดูแล้วว่า ใน Adword ถ้าใช้ web จะมี CTR สูงกว่าใช้ blog เยอะมาก ยิ่ง .com ได้จะยิ่งดี

Quote
เรื่อง PR ขอตอบนะคะ ไม่ทราบว่าจะถูกต้องไหม

       คือ ถ้าเว็บที่มีค่า PR ต่ำ เช่น 1-2 ก็อาจจะเป็นได้ว่า เป็นเว็บที่เพิ่งทำ และ ยังไม่มีทราฟฟิคเข้ามากนัก อาจจะแปลได้ว่า ไม่มีผู้นิยมทำการตลาด แต่ถ้าค่า PR สูงๆ หน่อยก็แปลว่า เวบอยู่มานานพอสมควร หรือ มีผู้ช่วยเป็น Aff เยอะ ทำให้มีทราฟฟิคเข้าเยอะ ยังงี้หรือเปล่าคะ

ดังนั้น พวกเวบ PR สูง มากกว่า 4 อย่างที่คุณ Bangkok-ceo บอก จึงน่าสนใจ มากกว่า PR ต่ำ

       ขอเพิ่มอีกนิดนึง ใน CJ มีเวบหลายเจ้าที่เค้าอยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา เวบพวกนี้ ตลาดจะใหญ่ยอดขายจะเยอะ แผนการตลาดเค้าจะดี รูปแบบเวบ สินค้า หรือ แผนการช่วยคนทำaff แบบเราจะดีมาก เลือกพวกนี้ไว้ก่อนไม่ผิดหวัง เหมือนกับ ถ้าให้คุณเป็น พนักงานของ บริษัท ปตท (บริษัทใหญ่ในตลาดหุ้นไทย) กับ บริษัท esso คุณว่าใครขายน้ำมันได้มากกว่ากัน

Quote ตามที่คิดนะคะ
สินค้า 20 บริษัท ทำ LP ทุกตัว และ เอาสินค้ามายำในหน้าสินค้าประเภทเดียวกันค่ะ เช่น สินค้าอาหารสุนัข มี 8 บริษัท ก็เอาประเภทเดียวกันมาลงในหน้าเดียวกัน เป็นต้น เช่น วิตามันสำหรับสุนัข มีสินค้าประเภทนี้ 5 บริษัท ก็อาจจะเป็นได้ ว่า ทำหน้าสินค้าวิตามิน ในหน้าเดียวกันเลย ส่วนสินค้า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสัตว์เลี้ยงแสนรัก ก็จะทำไปอีกหน้านึง ถูกไหมคะ

       เรื่องการโปรโมท หรือ การหาทราฟฟิค คิดว่า น่าจะเป็น PPC อย่างเดียวนะคะ แต่ SEO เป็นผลพลอยได้ค่ะ เพราะ traffic เข้ามาก นานวัน อันดับมันก็น่าจะขึ้นด้วยนะคะ
ถูกต้องแล้วครับ ผมทำแบบนี้

Quote
       เรื่องจด Domain เค้าบอกแล้วว่า พยายามให้ Destination URL และ Display URL เป็นเว็บเดียว ก็เป็นไปได้ว่า จดทุก Domain ค่ะ ไม่ได้ทำโดเมนเดียว จับ 20 บริษัทมาลงแน่ๆ ถูกต้องไหมคะ

       ถ้า Display URL กับ Destination URL เป็นอันเดัยวกัน แล้วใน AD มีคีเวิอร์ด เราอยู่ 2 คำ นี่แหละเรียกว่า เพอร์เฟ็ค แบบนี้ Google จะชอบเรามาก
เค้าจะให้ รูปแสดงว่า คีเวิอร์ด กับ AD กับ Landing Pang มันสัมพันกันดี แล้วค่าใช้จ่ายเราจะลดลง

Quote
       แบบนี้ก็ได้นี่ครับ www.xxx.com/keyword1 www.xxx.com/keyword2 ไม่งั้นคงเปลืองน่าดู แต่ถ้าเปลืองได้แล้วเงินเยอะกว่าเดิมผมก็เอา
ใช่ครับ ได้เหมือนกันครับ ถูกต้องแล้วครับ

       จริง รูปแบบ การทำของผมมันก็ไม่มีอะไรมาก หลายท่านคง จะรู้ทริก ผมหมดแล้ว
       ทริกของผมก็คือจะเน้น ทำเวบหรือ Landing Page คุณภาพออกมา แล้วใช้ Adword โปรโมท โดยไปเอา Keyword มาจากเจ้าของสินค้าที่เราโปรโมทให้
วันหลังจะเอา เคส ต่างๆที่ทำและเจอมา มาเล่าให้ฟังครับ

Quote
       จริงๆผมหุ้นทำร้านเหล้ากับเพื่อนอยู่ด้วยครับ (http://www.yohii.com) เปิดมาได้หลายเดือนแล้วช่วงนี้ขายดี อยู่แถวใต้ทางด่วนราอินทราอาจนรง กทม.
กลางวันก็ทำงาน office ว่างเมื่อไรก็มาทำ CJ (แต่รายได้จาก CJ 1 เดือน= เงินเดือนผม 12-18 เดือน) กะว่าปีนี้ถ้ายอดขายCJไม่ตก จะลาออกจากงาน Office แล้วครับ

เสียเวลา 5 นาที แต่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรีตลอดชีวิต

ของถูกและดีไม่ค่อยมีในโลกครับหรือถ้ามีจริงก็คงจะไม่ค่อยบอกกันเพราะมันจะเสียของ ฮ่าๆๆ แต่คราวนี้ผมคิดว่าไม่บอกคงไม่ได้เพราะจะเสียโอกาศของคนติดเน็ตแบบผมๆ และเพื่อนๆ ที่ขาดการติดต่อกับอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย ผมจึงจะมาขอแนะนำการใช้เน็ตในกรุงเทพฯ กับระบบ Green Bangkok Wi-fi ครับ

Green Bangkok Wi-fi เป็นบริการพิเศษสำหรับชาวกรุงโดยแท้ โดยเป็นการร่วมมือกันของกรุงเทพมหานครกับบริษัท ทรู เพื่อเปิดให้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายหรือ Wi-Fi ฟรีทั่วกรุงเทพฯ

ซึ่งในตอนนี้อาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกจุดนักแต่คาดว่าในอนาคตคงจะเต็มทุกพื้นที่ในไม่ช้านี้ครับ

ซึ่งจากการทดสอบของผมแถวๆ เดอะมอบางกะปิ พบว่า (ราวๆ ซอย 130 ห่างจากเดอะมอบางกะปิราว 2-3 กิโลเมตร) สามารถรับสัญญาณได้ประมาณ 1 Mb (ภายในห้องพักชั้น 2) ซึ่งก็เพียงพอในการเข้าชมเว็บต่างๆ ได้ดีครับ


สมัครเข้าใช้งาน online ได้ที่นี่ : http://services.trueinternet.co.th/greenbkk/registration_phase2.php

ก่อนจะใช้งานฟรีได้แน่นอนครับเราจะต้องมี Username และ Password ก่อน ซึ่งในโครงการแรกนั้นต้องไปสมัครขอเอกสารวุ่นวาย แต่สำหรับโครงการสองนี้สมัครออนไลน์ได้แล้วนะครับที่ URL นี้ http://services.trueinternet.co.th/greenbkk/registration_phase2.php
ซึ่งขั้นตอนการสมัครนั้นผมคงจะไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะมันง่ายซะมากกว่าจ่ายค่าเทรอมของมหาลัยซะอีก ฮ่าๆ

หลังจากสมัครได้แล้วก็อย่าลืมเซฟ Username/Password เก็บไว้ล่ะครับเผื่อวันหน้าหิ้วโน้ตบุ๊กไปไหนต่อไหนจะได้เปิดขึ้นมาใช้งานได้ทันที จากนั้นก็หาจุดเหมาะๆ ที่รับสัญญาณ wi-fi จาก True ให้ได้ ซึ่งวิธีการง่ายๆ คือเปิดใช้งาน wi-fi บนโน้ตบุ๊กของเราแล้วให้มันแสกนหา True wi-fi เท่านี้เองครับ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าบริเวณที่เราอยู่นั้นมีสัญญาณ wi-fi ของทรูอยู่หรือไม่ก็ลอง search ได้จากแผนที่นี้ครับ http://www.truewifi.net/th/02hotspots/search.jsp


หาสัญญาณ wi-fi ของทรูให้เจอแบบเหมือนในภาพนี้ครับ


จากนั้นเปิดโปรแกรม Internet Explorer ขึ้นมาแล้วเปิดเข้าเว็บอะไรก็ได้สักเว็บหนึ่งระบบมันก็จะวิ่งไปให้เราลงทะเบียนอัตโนมัติครับ เราก็ป้อน username/divassword ที่ได้สมัครไว้ในขั้นตอนด้านบนนั้นลงไปเท่านี้ก็ได้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรีตลอดชีพแล้วจ้า

ปล. ในช่อง username ไม่ต้องป้อน @truewifi นะครับ ตอนแรกลืมอ่านป้อนไปแล้วล็อคอินไม่ผ่านดันลืมว่าเขามีใส่ให้แล้ว เวง จริง ตรู -_-'

เปิดเผยเทคนิคและขั้นตอนการทำโฆษณา Affiliate Amazon


ยินดีต้อนรับสู่ Amazon eClass

"เปิดเผยเทคนิคและขั้นตอนการทำโฆษณา
สินค้า สร้างธุรกิจเงินล้านกับ Amazon ที่คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆภายใน 24 ชั่วโมง ต่อให้คุณไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนเลยก็ตาม..."



  • เจาะลึกทุกขั้นตอนการทำโฆษณาสินค้าให้กับ Amazon
  • เทคนิคการหา High Conversion Keywords มาทำโฆษณา
  • เทคนิคการคำนวณและวางแผนการเงิน ก่อนเริ่มลงมือทำโฆษณา
  • กลยุทธ์การทำโฆษณาแบบผสมผสาน ให้ขายสินค้าได้มากขึ้น


สวัสดีครับ เพื่อนๆนักธุรกิจออนไลน์ทุกคน


ถ้าหากว่าคุณอยู่ในแวดวงอินเตอร์เน็ตและการทำธุรกิจออนไลน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว คุณคงทราบดีว่าธุรกิจการทำ Affiliate หรือการเป็นตัวแทนโฆษณาสินค้าให้กับเว็บไซต์ต่างๆนั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง มีคนจำนวนมากที่ทำธุรกิจ Affiliate และมีรายได้กลับมาในหลักหมื่น หลักแสน และแม้กระทั่งหลักล้านบาทต่อเดือน

เว็บไซต์หนึ่งที่คนไทยสนใจและนิยมทำโฆษณาสินค้าให้คือ เว็บไซต์ Amazon.com เพราะว่า สามารถสมัครได้ง่าย มีสินค้าให้ทำโฆษณาเยอะ และที่สำคัญความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ Amazon.com ที่คนทั่วโลกไว้วางใจ ก็ช่วยทำให้ทำโฆษณาและขายสินค้าได้ง่ายขึ้น มีกำไรมากขึ้น

ทำไมคุณจึงยังไม่ประสบความสำเร็จ

ฟังดูแล้วเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวยนะครับ แต่พอคนจำนวนมากไปลองทำโฆษณาสินค้าให้กับ Amazon จริงๆแล้ว พบว่ามีปัญหาหลายๆอย่างเกิดขึ้นตามมา เช่น
  • ไม่มีแบบแผนการทำธุรกิจที่เป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เสียเวลาจำนวนมากไปกับการทำงานโดยไม่ค่อยได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และพอขาดทุนแล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป
  • ไม่รู้จักวิธีการดูว่าสินค้าชิ้นไหน จะทำกำไรขาดทุนเท่าไหร่บ้าง ก่อนทำโฆษณา ทำให้พอโฆษณาไปแล้ว มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงมาก
  • ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำโฆษณาอย่างไร ไม่รู้วิธีหาสินค้าดีๆ ไม่รู้เทคนิคการโฆษณาสินค้า Amazon
  • ไม่รู้ว่าจะเลือกสินค้าชิ้นไหนมาทำโฆษณาดี เพราะสินค้าใน Amazon มีเป็นแสนชิ้น
  • ไม่รู้จะใช้ Keywords แบบไหนทำโฆษณา ทำให้สุดท้ายก็ขาดทุน เพราะดันไปทำโฆษณาใน Keywords ที่ไม่เหมาะสมกับการขายสินค้าใน Amazon
  • ไม่มีรูปแบบการวัดผลโฆษณาที่ดีพอ ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงโฆษณาให้ทำกำไรได้

ซึ่งจากปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายๆคนที่ลองไปทำโฆษณา Amazon ก็ต้องเจ็บตัวไปตามๆกัน ต้องประสบสภาวะขาดทุน กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะเลิก หรือ จะทำต่อไปดี

ผมเองก็เคยประสบกับปัญหาแบบนั้นมาก่อน เมื่อนานมาแล้วครับ เพราะ จุดอ่อนข้อหนึ่งของการโฆษณาสินค้าให้กับ Amazon ก็คือ สินค้าจำนวนมากราคาถูก ทำให้ค่าคอมมิสชั่นที่เราได้ เมื่อหักลบกับค่าโฆษณาแล้ว แทบจะไม่เหลือกำไรให้เราเท่าไหร่เลย

ทำให้ผมต้องปรับปรุงรูปแบบการทำ Affiliate กับ Amazon เรื่อยมา จนสุดท้ายก็ได้สูตรที่ลงตัวในการทำโฆษณาสินค้าใน Amazon ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งวิธีการทำโฆษณาแบบนี้ จะเหมาะที่สุดแล้วในการทำโฆษณาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีจำนวนมากใน Amazon

และจากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนชาวอเมริกันที่เป็น Super Affiliate ทำกำไรจาก Amazon ได้ถึง $30,000 - $50,000 ต่อเดือน ก็พบว่า สูตรสำเร็จในการทำโฆษณาที่ผมใช้อยู่นี้ ก็ไม่ต่างกับที่คนเหล่านั้นใช้เลยครับ

นอกจากนี้ ผมกับเพื่อนยังเห็นตรงกันด้วยครับว่า จริงๆแล้วการโฆษณาสินค้าใน Amazon ให้ทำกำไรได้มากที่สุดนั้นง่ายนิดเดียวครับ ขอเพียงเราขยันทำตามระบบที่ว่านี้เท่านั้น หมั่นหาสินค้าใหม่มาทำโฆษณาเรื่อยๆ เราก็มีโอกาสทำกำไรได้สูงแล้ว (โดยที่แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ)

เพื่อเผยแพร่เทคนิคการทำโฆษณาสินค้า Amazon ที่ถูกต้องและได้ผลนี้ให้กับคนไทยทั่วประเทศ เพื่อทุกคนจะได้นำไปใช้สร้างรายได้กลับมาอย่างเป็นระบบ ผมจึงได้รวบรวมเนื้อหาและเทคนิคทั้งหมด สรุปขั้นตอนการทำทุกขั้นอย่างละเอียด ออกมาเป็น


สนใจคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ
Click here to get Amazon eClass


ซึ่งแน่นอนครับว่า เหตุผลที่ผมจัดทำเนื้อหาทั้งหมด แล้วนำมาถ่ายทอดด้วยรูปแบบ eClass นี้ จะทำให้คุณสามารถดูสิ่งที่ผมทำ และทำตามไปด้วยได้ในทันที เสมือนคุณคอยอยู่ด้านหลังผม มองผมสร้างแคมเปญโฆษณาสินค้า Amazon หลากหลายชิ้น ตั้งแต่ต้นจนจบครับ

รวมทั้งเมื่อไหร่ที่คุณสงสัย ก็สามารถย้อนกลับไปดูทบทวนซ้ำได้ตลอดเวลาครับ


การใช้งานโปรแกรม AI RoboForm


       โปรแกรม นี้เป็นโปรแกรมช่วยจำ Password กรอกข้อความในเว็บบอร์ด ซึ่งในการกรอกข้อความครั้งแรกให้ท่านใส่ให้ครบถ้วนและกด save โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลของท่านไว้ และครั้งต่อไปถ้าต้องการโพสต์ที่บอร์ดนี้ ท่านสามารถคลิ๊กเพียงครั้งเดียว โปรแกรมจะกรอกข้อมูล ให้ท่านโดยอัตโนมัติ

เป็นขั้นตอนแนะนำ เพื่อที่จะใช้ AI RoboForm
และให้เป็นผู้เชี่ยวชาญง่ายๆ ภายใน เวลาที่น้อยกว่า 5 นาที

คลิกข้างล่าง เพื่อเริ่มต้นการสอนการใช้งาน


ดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่นี่ โปรแกรม

Password Manager: ช่วยจัดการรหัสผ่าน บันทึกข้อมูลข่าวสาร การเข้าใช้, สร้าง และใช้ RoboForm Passcard


Form Filler: ช่วยเติม บรรจุรูปแบบ ข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลส่วนตัวของคุณ เพียงคลิกเดียว


Safenotes: ที่เก็บข้อมูลข่าวสาร ที่ปลอดภัยไวต่อความรู้สึกในการทำงาน


Master Password: ป้องกันรหัสผ่านหลัก ทั้งหมดในแฟ้มของคุณ


Search Box: การค้นหา สิ่งใดๆ ใน RoboForm และบนเว็บได้อย่างรวดเร็ว


Password Generator: ช่วยสร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัย


โปรแกรมจะให้ใส่ Password เพื่อล็อกอินในการเริ่มต้นการใช้งาน ก็ใส่ตามใจท่านละกัน
โปรแกรมจะถูกติดตั้งในเมนูบาร์ดังภาพ

       เริ่มต้นการใช้งาน ให้ท่านเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดที่ต้องการจะโพสต์
       กรอกข้อความในบอร์ดให้เรียบร้อยทุกช่อง กด Save ที่เมนูบาร์ด้านบน จะปรากฏหน้าต่างเล็กๆขึ้นมาดังภาพให้ท่านกด Save เช่นเดียวกันโปรแกรมจะจัดเก็บข้อมูลที่ท่านกรอกไว้ทั้งหมด

       ทางที่ดีให้ท่าน Add a Favorite ไว้ด้วยก็ดี เพื่อให้การเข้าถึงเว็บบอร์ดง่ายขึ้นในครั้งต่อไป จากนั้นให้กดส่งข้อความเลย

       ครั้งต่อไปถ้าท่านเข้าไปที่เว็บบอร์ดเดิม(แนะนำให้เข้าจาก Add a Favorite)ที่บันทึกไว้ก่อนหน้า แล้วลากเมาท์ไปที่เมนูบาร์ จะปรากฎหน้าต่างเล็กๆขึ้นมา ให้ท่านคลิ๊กที่ Fill Form
โปรแกรมจะกรอกข้อมูลที่ท่านเคยกรอกไว้โดยอัตโนมัติ จากนั้นก็ส่งข้อความได้เลย

       ท่านสามารถเข้าถึงเว็บบอร์ดที่ท่านโพสต์และบันทึกเก็บไว้ได้จากตัวโปรแกรมในเมนู Login และสามารถโพสต์ แก้ไข หรือลบทิ้งได้จากตรงนี้


ขอให้ทุกท่านสนุกกับการทำงาน ที่ง่ายๆแค่ปลายนิ้วของเรา

วิธีการหา Keyword โดยการใช้โปรแกรมช่วย


Be a fly on the wall.  Spy on your competitors!

สวัสดีครับวันนี้เรามาดูวิธีการหา Keyword โดยการใช้โปรแกรมช่วย
สวัสดีครับ วันนี้ก็เช่นเคยครับผมก็มีเรื่องน่ารู้มาฝากเช่นเคยครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้อง ๆ หลายคนเบื่อการนั่งคิดและเสาะหา Keywords กันบ้างไหมครับ ช่วงหนึ่งผมก็ต้องเสียเวลาไปกับการนั่งคิด Keywords ไปเยอะมากเช่นกันครับ

แต่ไม่ต้องกังวลครับวันนี้ผมมีเครื่องมือดีๆมาฝากครับ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือยอดนิยม และให้ผลการวิเคราะห์ได้แม่นยำทีเดียวครับ Tools ที่นำมาฝากวันนี้มี 2 ตัวครับ คือ
Keywords และ Keyword Elite ครับ ส่วนจะดียังไง และใช้การยังไงเชิญรับชมได้ที่ eClass ด้านล่างได้เลยครับ

keyword Tool eClass

หวังว่าจะทำให้ทุกท่านลดภาระในการหา Keywords ไปได้นะครับ ยังไงก็ขอให้ได้ Keywords เจ๋งๆ กันทุกคนนะครับ ตอนนี้ผมต้องภาวนาให้ทุกคนไม่มาเจอโฆษณาของผมและไม่ทำ ad แข่งกับผมก็พอครับ อิอิ ขอให้รวยๆนะครับ สวัสดีครับ

สนใจทดลองเข้าดูหน้าเว็บได้โดยกด Banner ข้างล้างนี้ครับ


ก่อนเริ่มปรับ adsense ควรตั้ง Channel ก่อน

ก่อนเริ่มปรับ adsense ควรตั้ง Channel ก่อน

Choosing the channel
Before you begin optimizing your pages, it’s important to have channels in place so you can track the effectiveness of any changes you make. But what’s the difference between URL channels and custom channels -- and when should you choose one or the other? Let’s look at the benefits of each, and which type of channel is appropriate for which situations.

URL Channels
URL channels provide an effective way to track your ad performance on different sections of your site or on different domains. Since you don’t need to change your code at all, they're easy to use. If for example you have a blog about cars and another one about boats, you can create a URL channel for each one. Then, when you optimize, you can use your channel reports to determine how your changes affected the success of the ads on each blog.


Custom Channels
Custom channels are great for pages with multiple ad units, since you can use them to track different ad units on the same page. To implement them, you’ll need to generate new channel-specific ad code. Let’s say you have a page with two ad units – one on the left side and one on the right. You can create a custom channel for each one, giving them distinct names such as ‘Left_Ad’ and ‘Right_Ad’. After you’ve regenerated the ad code for each ad unit and pasted it back into your HTML source, you can view reports for each ad unit separately. You’ll be able to see which ad unit performs better, and whether a change like removing the borders affects your earnings


If you’d like more details about using channels, there's a lot of useful information in our Optimizing with Channels guide We hope that setting up channels will make it much easier to see the results of your optimization efforts right away.


เลือก channel
ก่อน เริ่มทำการปรับปรุงหน้าเวบของคุณนะครับ อยากให้เลือกใช้ channels ด้วยครับ เพื่อให้เราสามารถทำการตรวจสอบได้ว่า การที่เราได้ปรับปรุงไปเนี่ยมันมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน.แต่ว่า รู้หรือเปล่าว่า URL channels กับ custom channels-- เอ้า...แล้วยังงี้เราต้องเลือกอันไหนเนี่ย? มาดูกันก่อนแล้วกันครับว่าประโยชน์ของแต่ละอันเป็นอย่างไร, แล้วแต่ละแบบ เหมาะกับสถานการณ์แบบไหนครับ

URL Channels
URL Channels เอาไว้เช็คส่วนที่แยกออกจากกัน ของเวบเดียวกัน หรือไม่ก็ คนละโดเมนเนม ไปเลยครับ ถ้าคุณขี้เกียจเปลี่ยน Code AdSense ของคุณ. ใช้ง่ายครับ เช่นถ้าคุณมี Blog เกี่ยวกับ cars และ อีกอันเกี่ยวกับ Boats, คุณก็ทำ URL channel สำหรับแต่ละอันไว้เลย. จากนั้น เมื่อคุณทำการปรับปรุงแล้ว, คุณก็ไปดูผลได้ที่ channel reports ว่าผลการปรับปรุงของคุณเป็นอย่างไร สำหรับแต่ละ Blog (อันนี้คาดว่า น่าจะปรับปรุง สีสันของ Code ครับ แล้วปรับทีเดียวใช้มันสอง Blog ไปเลย

Custom Channels
Custom channels เอาไว้สำหรับหน้าเดียวแต่มีหลาย ad units, โดยคุณต้องสร้าง channels ใหม่ สำหรับ Code แต่ละอันเลยครับ (อันนี้ใครสร้าง ad ไว้แล้วไม่ได้ทำ channels ก็สร้างใหม่ครับ แล้วใส่ channel ด้วยก่อนที่จะ generate code แล้ว copy ไปน่ะครับ) สร้าง ad 1 อัน ก็ใส่ Custom Channels 1 อันเลยนะครับ แล้วก็ใส่ชื่อให้ชัดไปเลยครับ เช่น ‘Left_Ad’ แล้วก็ ‘Right_Ad’ หลังจากสร้าง ad ใหม่แล้ว (พร้อม custom channel) เราก็ copy code ไปแปะลงใน HTML เลยครับ. แล้วก็ไปดู reports แต่ละ ad แบบรายตัวแยกกันได้เลยครับ แล้วก็จะได้รู้กันซะทีว่า Ad อันไหน คนคลิกเยอะกว่า, หรือเมื่อเอาขอบออกไป แล้วมีผลกับรายได้ของคุณหรือไม่.

ถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้ channels, มีข้อมูลมากมายเลยครับ ที่นี่ Optimizing with Channels guide การตั้งค่า channel จะช่วยให้คุณเห็นผลของการปรับปรุง AdSense Code ของคุณ ได้ง่ายขึ้นครับ

ที่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/09/adsense-channel.html

Google Sitemaps คืออะไร

What keywords are people using to find your site in the Google search index?

Is your robots.txt file blocking search engines from crawling your site?

New verification method In the past, you needed access to your site's root directory to verify site ownership and create a Sitemap. This meant you couldn't create Sitemaps for many hosted sites, including Blogger.com sites like Inside AdSense. However, now more publishers can use Sitemaps. Sitemaps has launched a feature that allows publishers to use meta tags to verify site ownership. For example, if your site is hosted on Blogger.com, all you have to do is add a unique meta tag to your site's header to verify your Sitemaps account.

Whatever questions you have about your site's visibility, Google Sitemaps provides you with information that can help--and Sitemaps recently launched several new features you should know about:

Re-inclusion request form If your site violated Google's quality guidelines and was subsequently penalized--i.e., dropped from the Google search index--now you can submit a re-inclusion request using your Sitemaps account. Simply sign in, click the link, and fill out the form. This form is also available from the Summary page for sites that show violations.

For information about these and other newly launched Sitemaps features, visit the Inside Google Sitemaps blog. Posted by Shaluinn Fullove - Google Sitemaps Product Marketing
5/16/2006 01:03:00 PM

ผู้ใช้งานใช้ keywords อะไรในการหา เว็บของคุณเจอ?
ไฟล์ robots.txt ของเรา มัน block search engines ไม่ให้เข้ามาตรวจหน้าเวบเราหรือเปล่า?

ไม่ว่าคำถามของคุณคืออะไร เกี่ยวกับการพบเห็นได้ ของเวบไซต์คุณ, Google Sitemaps สามารถช่วยเหลือคุณในการจัดเตรียมข้อมูลเหล่านั้นได้--และตอนนี้ Sitemaps เพิ่งจะมีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาครับ
วิธียืนยันแบบใหม่. ก่อนหน้านี้คุณจะต้องเข้าไปยัง site's root directory ของคุณ เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ แล้ว สร้าง Sitemap. นี่หมายความว่า คุณจะไม่สามารถสร้าง Sitemaps สำหรับ โฮสที่มีหลายเวบไซต์ได้, รวมทั้ง Blogger.com อย่างเช่น Inside AdSense
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ คนทำ AdSense สามารถใช้ sitemaps ได้แล้ว
เช่น ถ้าเวบคุณ อยู่บน Blogger.com, สิ่งที่คุณจะต้องทำก็แค่ add a unique meta tag ไว้ตรงหัวของเวบไซต์ของคุณ เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ บัญชี Sitemaps.

Re-inclusion แบบคำร้อง
ถ้า เวบคุณผิดกฏ Google's quality guidelines แล้วก็ได้รับผลกระทบ.. เช่น ตกอันดับใน Google search มาตอนนี้คุณสามารถ ยื่นสมัครใหม่ได้แล้ว โดยแนบใบคำร้องขอใช้ บัญชี Sitemaps ของคุณ. ง่าย ๆ แค่ sign in, click the link, แล้วก็ กรอกแบบฟอร์มคำร้อง. แบบฟอร์มคำร้องนี้ ยังมีให้กรอกใน Summary page ของเวบไซต์ที่ ผิดกฏด้วย

อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับบทความนี้ หรือ บทความอื่น ๆ เกี่ยวกับ ลูกเล่นใหม่ ๆ ของ Sitemaps , ไปที่ http://sitemaps.blogspot.com/

ที่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/09/google-sitemaps.html

Content is king : เนื้อหาคือพระเอกในการทำ Adsense

Content is king

You already know that AdSense works by crawling your web pages for content, then delivering ads based on that content. This means that if your content is limited, our crawler may have difficulty identifying the information on the page. As a result, you may see ads that are not directly relevant to your page, or public service ads.

Here's a fix: Ensure that your pages are full of compelling content. The more targeted, full-text information you provide to our crawler, the easier it will be for our system to determine what your pages are about, and the greater the relevance of the Google ads will be. This enhances the effectiveness of the AdSense program, resulting in a better experience for your users, not to mention for the advertisers appearing on your pages.

Here’s a simple equation that spells it out:

1. A content-rich page = Highly-targeted ads
2. Highly-targeted ads + Interested users = Healthy clickthrough & conversion rates
3. Healthy clickthrough & conversion rates = Success!

Remember -- you can use page section targeting to focus our crawler on certain sections of your page that may be more content-rich than others, or when you’re placing multiple ad units on a page and want to target them to a specific region of content.

The Google ads appearing on your site then serve as supplemental content, providing useful information to your users that pertains to the content you’ve worked so hard to develop. So help us help you -- optimize your page with good content.

เนื้อหาคือ ราชา (แหวะ..แปลแล้วแหม่ง ๆ แฮะ)
ก็อย่างที่รู้ ๆ กันนะครับว่า AdSense ทำงานด้วยการตรวจหน้าเวบไซต์ของคุณเพื่อดูว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร, จากนั้นก็จะทำการส่งโฆณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้น ๆ มาแสดง. นั่นหมายความว่าถ้าเนื้อหาของคุณมีจำกัด, ก็จะยากต่อการทำความเข้าใจของ ตัวโปรแกรมที่ถูกส่งมาจาก Google เพื่อตรวจสอบเวบไซต์ของเราว่าเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร. แล้วผลที่จะเกิดก็คือ คุณอาจจะเห็นโฆษณาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับเนื้อหาบนเวบไซต์ของคุณ, หรือไม่ก็เป็นโฆษณาเพื่อการกุศล

วิธีแก้ : ทำให้หน้าเวบของคุณเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ.ยิ่งเนื้อหาของคุณเป็น text ที่จัดเตรียมเอาไว้เพื่อ crawler (โปรแกรมที่เข้ามาตรวจหน้าเวบเรา) ก็จะยิ่งง่ายต่อระบบของ Google AdSense ที่จะดูว่าหน้าเวบนั้น ๆ ของเราเกี่ยวกับอะไร, และ ก็จะทำให้คุณได้โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหามากขึ้น. นี่จะเป็นส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ AdSense ของคุณได้, อยากให้คุณคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น ก็จะดีต่อประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชมเวบไซต์ของคุณด้วย ไม่อยากให้คุณคิดถึงแต่ว่าจะมีโฆษณาของ ผู้ทำโฆษณานั้นๆ นี้ ๆ มาโชว์หรือไม่ครับ

นี่คือสมการง่าย ๆ ที่ได้ผลชะงัด
1. หน้าที่อัดแน่นด้วยเนื้อหา = โฆษณาที่ตรงเป้าหมาย (ตรงกับเนื้อหาบนหน้าเวบ)
2. โฆษณาที่ตรงเป้าหมาย+ผู้ใช้งานที่สนใจ = CTR สูง และ Conversion rates ก็สูงด้วย
3. CTR สูง และ Conversion rates ก็สูงด้วย = ความสำเร็จ !!!

ข้อควรจำ -- คุณสามารถใช้ page section targeting เพื่อให้เจ้า crawler เน้นไปตรวจดูที่หน้านั้น ๆ ที่ทีเนื้อหาเยอะ ๆ มากกว่าหน้าอื่น ๆ , หรือว่าตอนคุณวางโฆษณาหลายๆ อัน (สูงสุดได้ 3 ad unit) ลงบนหน้าเดียวกัน และ ต้องการให้มันตรงกับแต่ละส่วนของเนื้อหา ก็ใช้ page section targeting ได้ครับ

ี่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/09/content-is-king-adsense.html

Colors that make cents (and dollars): สีนั้นสำคัญไฉน

Colors that make cents (and dollars)

Scene 1: You walk into an elegant formal dining room done up in silk ivory at every turn. Guests attired in tuxedos and evening gowns mill about in the dim, romantic lighting. As you gaze around the room, your eyes are immediately drawn to a guest wearing a bright orange tuxedo and magenta top hat.

Scene 2: You stroll down the trendiest street in a cosmopolitan city, surrounded by flashy billboards and vibrant window displays. Gleaming Italian sports cars roar past you as you head to a nearby 4-star restaurant. Next to this fine dining establishment, you gawk at the small one-story cement building next to it, on top of which looms a 50-foot-tall inflated gorilla, advertising an upcoming used car sale.

Tip: Don't let your ads be the orange tuxedo or the giant inflated gorilla. Their design should be determined with respect to their surroundings (your site) and their viewers -- your site's users.

Blending your ads in with the color scheme of your site decreases ad blindness and in most cases can increase revenue. However, you should always keep in mind how your users will respond, and test what colors your users will respond to. (Sometimes it's okay to stand out a little.)

Take Neopets, for example -- a website for kids to adopt, nurture, and play games with their virtual pets. Chris Davis, the VP of sales for Neopets, used channels and A/B testing to discover that bolder colors which made his ads stand out worked better than blended colors. After making changes to his ads, Chris was able to double both his clickthrough rate and his revenue.

*******************
ฉากที่ 1 : คุณได้ก้าวเข้ามาสู่ ห้อง dinner ที่สวยหรูและ ดูเป็นทางการ ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีงาช้างในทุก ๆ มุม แขกเหรื่อล้วนแต่งตัวกันในชุด ทักซิโด และ เสื้อคลุม ภายใต้แสงไฟหรี่ ๆ อันสุดแสนจะโรแมนติก. ขณะที่คุณกำลังจ้องมองไปรอบ ๆ ห้อง, ทันใดนั้นสายตาของคุณก็พลันไปตกอยู่ตรงที่ แขกคนหนึ่ง ซึ่งใส่ชุดทักซิโด สีส้มจี๊ด และ ใส่หมวกสีแดงม่วง

ฉากที่ 2 : คุณกำลังเดินทอดน่องอยู่บนถนนที่ทันสมัยที่สุดในเมืองที่ทันสมัยสุด ๆ , บริเวณรอบ ๆ ประดับประดาไปด้วย ป้ายโฆษณาหรูหรา ฉูดฉาด และ ตู้ display ที่มีชีวิตชีวา รถสปอร์ตหรูหราส่งเสียงคำรามของเครื่องยนต์ผ่านหน้าคุณไปยังร้านอาหารระดับ 4 ดาวถัดไปข้างหน้า.ติดกันกับร้านอาหารนี้ คุณก็มองไปที่ตึกปูนเล็ก ๆ ชั้นเดียว ชั้นบนสุด มีป้ายโฆษณา สูง 50 ฟุตรูป กอริลล่า, โฆษณาถึง งานลดราคารถใช้แล้ว ที่กำลังจะจัดขึ้น

ทิป : อย่าให้โฆษณาของคุณ เป็นเจ้าคนใส่ ทักซิโด สีส้ม หรือ ป้ายโฆษณา กอริลล่านั่น ควรจะออกแบบโดยนึกถึงสิ่งอื่น ๆ รอบข้างด้วย



ทำให้โฆษณากลมกลืน ด้วยสีสัน เพื่อลดการรู้สึกถึงการเป็นโฆษณาของ AdSense และ หลาย ๆ กรณีการทำเช่นนี้ สามารถเพิ่มรายได้ให้คุณได้. อย่างไรก็ตาม, คุณควรจะระลึกไว้ในใจเสมอด้วยครับว่า ควรจะดูว่า ผู้ใช้งานเวบไซต์ของคุณตอบสนอง อย่างไรกับการจัดการ adsense ของคุณ (บางทีการทำให้โฆษณา Adsense ของคุณเด่นออกมานิด ๆ หน่อย ๆ ก็ได้ผลดีเหมือนกันครับ แล้วแต่กรณีไป)

ตัวอย่างเวบ Neopets ครับ เวบสำหรับเด็ก เข้ามาเลือกเป็นสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงไปเป็นบุตรบุญธรรม,ทำการเลี้ยงดู และ เล่นเกมส์ กับ สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงของเด็ก ๆ . คริส เดวิส vice president ฝ่ายการขายของ Neopets ใช้ channels และ A/B testing แล้วพบว่า ตัวสี ที่ทำให้โฆณาของเขาเด่นออกมา หลังจากทำการปรับแต่งโฆษณาของเขา, คริสเพิ่ม CTR ได้ถึง 2 เท่า ซึ่งก็เพิ่มรายได้ของเขาด้วย
ดูตัวอย่างสิครับ

Before

Photobucket - Video and Image Hosting

Photobucket - Video and Image Hosting

ี่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/09/colors-that-make-cents-and-dollars.html

7 ขั้นตอนเพื่อทำเงินกับ google adsense

Having a Google AdSense site is a great way to make money. And to create an AdSense site, all you have to do is have a Google AdSense account (which is free), a website or a blog (which is free), and some articles (which are free if you write them yourself). Once you get your site up and running, the AdSense ads will be targeted to your content.

Therefore, those looking for your content will come by, read your articles, and have a high probability of being interested in the targeted ads. Every time someone clicks an ad, you get paid! That is, as long as you have designed your site to maximize AdSense clickthroughs!

Let's look at seven tips for creating AdSense sites that create money.

#1: Keyword Density

Before you place ads on your site, be sure your keyword density is good. You will want to be sure that the right kinds of ads are placed on your site. A free way to determine what the ads will look like on your site is to go to http://www.resultsgenerator.com/adsense/ and type in your keywords. You will then be able to see exactly what ads would show on your site.If you don't like what you see, then you know that you need to make changes to your keywords! You can get keyword suggestions from Results Generator from Overture or from the free trial version of Word Tracker.

#2: FocusedNot only will the ads be based on your keywords, but they will also be based on your content. You definitely want your keywords and your content to match as closely as possible.

#3: Write OftenThe more information you have the better. Why? Because the more content you have, the more visitors you get. Many people suggest that you write a new article every day since no one wants to come back to your site to find the same old messages!

#4: Choose The Right FormatAdSense allows you to choose many different ad formats. Research has shown that wider ads are more successful. The top three formats are:" 336x280 large rectangle" 300x250 medium rectangle" 160x600 wide skyscraperAdditionally, the 468x15 horizontal ad link under the navigation bar is also a good bet.

#5: Color CountsYou have the option to create a Google AdSense ad in any color of your choice. The best thing to do is to make your ad blend well with your site color scheme. You should make the border color and the background color the same color as your web site. You will want your text color to either be black or the color of your main content. When creating your Google AdSense ads it is recommended to use the color scheme and style of your website so that the ads blend in well. Ads without background color and borders perfom better than ads within borders with background color.

#6: Position Counts, Too It is well known that visitors to a website scan the site to determine if it is worth reading. You definitely want them to see and scan your AdSense ads. Therefore, the best place to put them is in the top left part of your page or directly under your headlines.

#7: Increase The NumberAdSense allows you to use up to three AdSense units on a page, two AdSense search boxes, and one unit of ad links. Using all that you can increases the chances of earning money.

Keep these seven tips in mind when creating your AdSense site and you will find that your clickthrough rates increase, thus increasing your money making potential.

About the author:AdsenseSitesForSale.com


ติด AdSense บน website ของคุณ เป็นทางเลือกเจ๋ง ๆ สำหรับทำเงิน. แล้วก็การจะทำ website ที่ติด AdSense นั้น, ขั้นแรกก็ต้อง เปิดบัญชี AdSense ก่อนเลย (เปิดฟรีนะครับ), ไม่ว่า website หรือ blog (blog นี่ก็ทำ free ด้วยครับ) และมีบทความอีกหน่อย (นี่ถ้าเขียนเอง ก็ฟรีอีกแล้วครับท่าน) เอาล่ะ เมื่อทำเวบแล้วก็ run เรียบร้อยแล้ว AdSense ก็จะเลือกโฆษณาที่ตรงกับเนื้อหาของคุณเอง
อย่างไรก็ตาม, การที่รายได้จะสูง ๆ ก็ต้องมาจาการอ่านเนื้อหาบนเวบคุณ แล้วก็เลยสนใจในโฆษณาที่เกี่ยวข้องที่มาแสดงบนหน้าเวบ, ทุก ๆ ครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา, คุณจะได้ตังค์! แค่นั้นเอง, ตราบใดที่คุณยังออกแบบเวบให้มีคนคลิกโฆษณา AdSense เยอะ ๆ

มาดูกันดีกว่าครับว่า AdSense 7 ขั้นตอน เพื่อทำเงิน มีอะไรกันบ้าง

#1: ความหนาแน่นของ Keyword
ก่อนจะวางโฆษณาบนเวบคุณ, ต้องให้แน่ใจว่าเวบของคุณมีความหนาแน่นของเนื้อหาเวบที่ดี, คุณต้องมั่นใจว่า โฆษณาที่จะมาแสดงบนหน้าเวบ จะตรงกับเนื้อหา. ลองไปดูได้ว่า หน้าเวบนี้จะมีโฆษณาอะไรมาขึ้นบ้าง เข้าไปได้ที่ http://e-payperclick.blogspot.com/
แล้ว พิมพ์ keywords ของคุณลงไป (Keyword ที่เกี่ยวกับเวบคุณน่ะครับ) คุณจะเห็นโฆษณาที่จะแสดงบนเวบคุณได้เลย ถ้าคุณไม่ชอบโฆษณาที่เห็น นั่นแหละ คุณก็ต้องแก้ไขเกี่ยวกับ keyword ของหน้าเวบนั้น ๆ คุณสามารถหา keyword ที่เกี่ยวข้องกับ keyword หลัก ๆ ของคุณได้จาก Results Generator ของ Overture หรือไม่ก็จาก โปรแกรม Word Tracker Version ทดลองใช้งานได้ครับ

#2: จำไว้ด้วยว่า โฆษณานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ keyword ของคุณเพียงอย่างเดียว
แต่มันขึ้นอยู่กับ เนื้อหาบนเวบไซต์ของคุณด้วย. จำเป็นอย่างยิ่งที่ Keywords และ เนื้อหาของเวบคุณจะต้องมีความเกี่ยวเนื่องกัน เท่าที่จะเกี่ยวเนื่องกันได้นะ

#3: หมั่น update บ่อย ๆ ดีกว่านะครับ
ทำไมน่ะเหรอ..ก็เพราะว่า ยิ่งมีเนื้อหาใหม่ ๆเพิ่มขึ้น ก็จะยิ่งมีคนมาเยี่ยมชมเวบไซต์คุณมากขึ้น คนส่วนใหญ่ย่อมอยากจะเข้ามาในเวบแล้วเห็นคุณ update website ทุก ๆ วัน ดีกว่าเข้ามาทีไรเนื้อหาก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นะครับ

#4: เลือกโฆษณา AdSense ที่เหมาะสมกับเวบคุณ
ซึ่ง AdSense ก็มีรูปร่างของโฆษณาอยู่หลายแบบทีเดียว.จากงานวิจัย แสดงว่า ยิ่งโฆษณาที่อันใหญ่ ๆ จะยิ่งประสบความสำเร็จ. 3 อันดับแรกของโฆษณาคือ
" 336x280 large rectangle"
" 300x250 medium rectangle"
" 160x600 wide skyscraper นอกจากนี้ยังมี
" 468x15 horizontal
แล้วก็ลองใส่ ad link ใต้ navigation bar สิครับ ได้ผลดีทีเดียว

#5: ดูเรื่องสีสันของ AdSense ด้วยครับ
เพราะ โฆษณา AdSense มีสีให้เลือกเยอะ ทางเลือกที่ดีที่สุดนะ ทำสีให้กลมกลืนไปกับเวบไซต์ของคุณน่ะดีที่สุดครับ.ทำขอบ และพื้นหลัง ให้เข้ากับเวบไซต์ดูสิครับ. แล้วตัวหนังสือก็ให้เป็นสีดำ หรือ ไม่ก็เป็นสีเดียวกับตัวหนังสือในเนื้อหาหลัก บนเวบของคุณ. ตอนสร้าง AdSense แนะนำให้ใช้สีเดียวกับเวบของคุณ ซึ่งมันจะทำให้กลมกลืนกับเวบคุณได้ดี.โฆษณาที่ไม่มีขอบ และ พื้นหลัง จะได้ผลดีกว่า โฆษณาที่มีสีของขอบ และ สีพื้นหลัง

#6: ตำแหน่งของโฆษณาก็สำคัญครับ.
เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าเวลาคนเข้ามาเยี่ยมเวบไซต์เราเขาก็จะ Scan ดูเวบเราคร่าว ๆ เพื่อดูว่ามีอะไรน่าอ่านบ้าง. ดังนั้น คุณต้องวาง AdSense ไว้ในตำแหน่งที่เขาจะมองเห็น, อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ดีที่สุดก็คือ บนซ้ายของหน้าเวบ หรือไม่ก็วางไว้ใต้พาดหัวนะครับ

#7: เพิ่มจำนวนการใช้ AdSense ใส่ 3 Ad Unit, 2 search box, 1 link unit ได้เลยครับ ,
ถ้าใส่ทั้งหมดเลยนะ จะยิ่งเพิ่มโอกาสการได้เงินจาก AdSense ให้เพิ่มขึ้นน่ะครับ.

ยังไงก็จำ 7 ข้อนี้ ให้ขึ้นใจนะครับ เมื่อจะ สร้าง AdSense บนเวบ คุณจะพบได้ว่า CTR จะเยอะขึ้น, ดังนั้น มันก็จะเพิ่มเงินให้คุณด้วย.

ที่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/09/7-google-adsense.html

AdSense Earning :: คำถามคาใจ กับรายได้จาก AdSense

Is there is a minimum number of impressions or clicks I need to get before I can start earning through AdSense?

No, there's no minimum number of impressions or clicks for generating earnings. You can start earning the very first time a user clicks on a cost-per-click (CPC) ad or views a cost-per-thousand-impressions (CPM) ad. Keep in mind, however, that you'll need to earn $100 before your earnings will be paid out to you.

If a CPM ad appears on my site, do I need to receive 1,000 impressions before I am paid?
No, with CPM ads you're paid for each impression, so if you receive 1 ad impression, you'll receive 1/1,000 of the CPM bid for that ad unit.

I received 57 page impressions. Why don't I have any earnings?
It sounds like the ads currently appearing on your site are probably CPC ads, so you'll be paid for clicks, rather than impressions. Our system will automatically display whichever ad or ads representing the highest revenue potential for you, whether they're CPC or CPM ads.

How much do you pay per click or impression?
We don't pay a fixed price for each click or impression - we pay you a portion of the amount paid by the AdWords advertiser. This amount varies based on the actual CPC or CPM paid by the advertiser. Each ad that appears on your site will most likely generate a different CPC or CPM.

Do I get paid when visitors use my search box?
With AdSense for search, you'll be paid when users click on the ads that appear on their search results pages, not from the search queries themselves. You won't be paid if a visitor uses your search box, but chooses not to click on the ads on the search results pages.

Do I get paid when visitors click on my link unit topics?
When a user clicks on a link unit topic, you'll be paid for clicks on the CPC ads that appear on the resulting page of highly targeted ads. However, you won't be paid for clicks on the initial topics themselves. Link units can siginficantly boost your overall AdSense revenue by providing even more relevant and monetized content to your users.

Posted by Theresa Chow - AdSense Publisher Support


ต้องมีจำนวนการเปิดหน้าเวบของเรา หรือ การคลิก AdSense อย่างน้อยสุดเท่าไหร่หรือเปล่าฉันถึงจะมีรายได้จาก AdSense?
ไม่เลย, ไม่ต้องมีขั้นต่ำในการเปิดหน้าเวบ หรือ การคลิก
เพื่อจะมีรายได้จาก AdSense. คุณจะเริ่มมีรายได้ตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ที่มีผู้ใช้งานคลิกบนโฆษณาที่เป็นแบบ cost-per-click (CPC) หรือมีคนดูโฆษณาที่เป็นแบบ CPM. โปรดจงระลึกไว้เสมอว่า อย่างไรก็ดี คุณจะต้องมีรายได้ถึง 100 USD เสียก่อน รายได้เหล่านั้นจึงจะถูกจ่ายให้คุณ

ถ้าโฆษณาแบบ CPM ปรากฏบนเวบของฉัน, ต้องมีคนเปิดดูจนครบ 1000 ครั้งหรือเปล่า ฉันถึงจะได้ตังค์?
ไม่ใช่, ถ้าเป็นโฆษณาพวก CPM คุณจะได้รายได้จากทุก ๆ ครั้งที่มีการเห็นโฆษณา, ดังนั้นถ้ามีคนเห็นโฆษณา 1 ครั้งคุณจะมีรายได้เท่ากับ ราคาที่คนทำโฆษณาตั้งใจจะจ่าย เอามาหาร 1000, เช่น เขาจะจ่าย 1000 USD ต่อการเห็น 1000 ครั้ง แต่มีคนเห็นจากเวบคุณ 1 ครั้ง ดังนั้นคุณจะได้ 1 USD

ฉันได้รับ 57 page impressions ทำไมไม่เห็นได้ตังค์ล่ะ?
ฟังดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะโฆษณาที่โชว์บนเวบคุณน่ะมันเป็นแบบ CPC (จ่ายเมื่อคลิก) ดังนั้นถ้าไม่มีคนคลิกก็อด ระบบของเรา จะนำโฆษณาที่จะสร้างรายได้สูงที่สุดไปโชว์ยังเวบคุณโดยอัตโนมัติ โดยไม่ได้ดูว่าเป็นโฆษณาแบบ CPC หรือว่า CPM
คุณจ่ายให้เท่าไหร่ ต่อการคลิก หรือ การเห็นโฆษณา?
เราไม่ได้มีราคาตายตัวสำหรับแต่ละคลิก หรือ แต่ละครั้ง (ในการเห็นโฆษณา) - เราจ่ายคุณเป็นสัดส่วนจากรายได้ที่ได้จากคนทำ AdWords จำนวนนี้ก็จะแตกต่างกันไป โดยที่จะเป็นโฆษณาแบบ CPC หรือ CPM ก็ต้องตามแต่ที่คนทำ AdWords จะจ่ายมา. แต่ละโฆษณาที่โชว์บนเวบคุณ จะทำรายได้ให้คุณได้ทั้งแบบ CPC หรือ CPM แตกต่างกันไป

ฉันได้ตังค์มั้ยเวลามีคนใช้ Search box?
ด้วย AdSense for search, คุณจะมีรายได้เมื่อ ผู้ใช้งานคลิก บนโฆษณาซึ่งจะปรากฏบนหน้าผลการค้นหา, ไม่ได้จ่ายจากการค้นหาเฉย ๆ คุณจะไม่มีรายได้ถ้าผู้ใช้งานไม่ได้คลิกโฆษณา

ฉันจะได้ตังค์มั้ยถ้ามีคนคลิก link unit?
ถ้ามีคนคลิก จะได้ตังค์ก็ต่อเมื่อมีการคลิกบนโฆษณาที่เป็นแบบ CPC บนหน้า list
เวลาคลิก link unit จะมีหน้าขึ้นมาเป็น list โฆษณาทั้งหน้าเลยครับ
อย่างไรก็ตามคุณจะไม่มีรายได้จากการคลิกครั้งแรกที่ link unit , link unit เนี่ยจะเพิ่มรายได้ให้คุณเพราะมันจะมี list ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเวบคุณ

ที่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2006/10/adsense-earning-adsense.html

AdSense ทำไงไม่โดนแบน

AdSense ทำไงไม่โดนแบน (กูเกิลเขาบอกมา)

What can I do to ensure that my account won't be disabled?
Above all, we recommend that you familiarize yourself with the AdSense program policies and ensure that all sites on which you display Google ads remain in full compliance with these policies.
Additionally, following these simple rules will help keep your account in good standing:

Don’t click on your own Google ads.
Clicking on Google ads on your own site for any reason is strictly prohibited. If you'd like more information about one of the advertisers appearing on your site, please type the URL of the ad directly into your browser's address bar, or use the AdSense preview tool.

Don’t ask others to click on Google ads.
Users should click on Google ads because they're interested in the services being advertised. Encouraging users to click on your Google ads, either directly or indirectly, can lead to inflated advertiser costs and can cause your account to be disabled.

Don’t employ pop-up prompts or automatic software installations.
Google is dedicated to improving the user experience on the Internet, and promoting responsible software principles is part of that effort. Sites showing Google ads may not prompt users to install software on their machines. Publishers must also not attempt to change users’ browser home pages automatically or via pop-up prompts.

Be aware of how your site is promoted.
Pages showing Google ads may never be loaded in an unrequested pop-up. This means publishers need to be very careful when purchasing traffic or setting up ad campaigns with third parties. Before contracting with any ad network, you should ensure that they will never display your site in pop-ups or as a result of the actions of any software application.

Don’t place Google ads on sites that contain prohibited content.
Google ads may not be displayed alongside any type of content prohibited by our program policies, including adult or mature content, gambling-related content, or drug content. It's your responsibility to ensure that all of your pages adhere to these policies.

Respect Google trademarks.
Framing or mimicking Google pages is strictly prohibited by our Guidelines for Use of Google Brand Features. In addition, publishers may not use any Google Brand Features such as Google trademarks, logos, web pages or screen shots, without prior consent from Google.
Guidelines for Use of Google Brand Features

Don’t tamper with the AdSense code.
AdSense offers a wide variety of approved formats, colors, and features in your AdSense account. Once you've generated your code, however, we ask that you do not alter any portion of the code or change the layout, behavior, targeting, or delivery of ads for any reason, unless specifically authorized to do so by Google.

Provide a positive user experience.
Sites that contain excessive pop-ups, use sneaky redirects to obtain traffic, or otherwise attempt to interfere with normal web navigation aren't permitted in the AdSense network. Please make sure your site doesn't deceive your users in any way. In general, it's a good idea to follow our Webmaster Guidelines on quality to ensure that your site provides a positive user experience.

Provide a good environment for advertisers.
Sites showing Google ads should not present a poor opportunity for advertisers. Sites that use tricks or deceptive practices in order to trigger inadvertent clicks on ads are prohibited.

Be responsive.
Publishers are asked to be responsive to emails sent by the AdSense team. Be sure to keep your email address up-to-date, in case we ever need to contact you about your account. To update your email address, follow the instructions here.

We are constantly reviewing publishers for compliance with AdSense program policies and rules noted above. If you believe a site showing ads is in violation of these policies, please let us know.

ทำยังไงถึงจะแน่ใจได้ว่าบัญชีของเราจะไม่ถูกปิด

เนื่องจากการทำ Google AdSense เนี่ย ใคร ๆ ที่มี website (ที่ถูกต้องดีงามตามสมควร) ก็สามารถสมัครได้กันทั้งนั้นนะครับ ทาง Google เขาก็เลยต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ ต่าง ๆ ขึ้นมารับมือกับพวกหัวหมอทั้งหลาย ที่ตั้งใจจะมาโกง Google นั่นแหละครับ กฏมีอยู่เยอะครับ สามารถเข้าไปดูกันได้ที่ https://www.google.com/adsense/policies

วันนี้ก็เลยมาเล่าให้ฟังถึง กฏข้อบังคับพื้นฐาน ที่คนที่คิดจะทำ AdSense ควรจะทราบ และ ระลึกอยู่เสมอมีดังนี้ครับ

- ห้ามคลิ๊กโฆษณาบนเวบตัวเอง
- ห้ามคลิ๊กโฆษณาของตัวเอง ไม่ว่าเหตุผลใด ๆ ก็ห้ามทั้งสิ้นครับ. ถ้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับโฆษณาบนที่ปรากฏบนเวบของเราก็ให้พิมพ์ชื่อเวปที่เห็นในโฆษณา AdSense นั้น ๆ ที่หน้าเวปใหม่ หรือ ให้ใช้ AdSense preview tool นะครับ

- อย่าบอก (หรือขอร้อง) ให้ชาวบ้านมาคลิ๊กบนโฆษณา
ถ้าคนเขาจะคลิ๊กก็ให้เขาสนใจในตัวโฆษณา ตามธรรมชาติของเขาเองนะครับ ถ้าหากว่าเราไปบอก หรือ ชักจูง หรือ กระทำการใด ๆ ที่ชี้ชวนให้คนคลิ๊ก ทั้งทางตรงและทางอ้อม มันจะทำให้คนที่เขาโฆษณาเสียตังค์ฟรี Google เขาบอกว่า ระวังเหอะ Google จะปิดบัญชีคุณ

- อย่าใช้ ป๊อป อัพ หรือ โปรแกรม อัตโนมัติ อื่น ๆ
Google เนี่ยเขาประกาศอุทิศตัวเอง เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และ การเสนอความรับผิดชอบ software principles นี่ก็เป็นสิ่งที่ Google พยายามอยู่ด้วย เวบที่ติด AdSense จะต้องไม่พยายามให้ผู้ใช้งานเวบไซต์ของคุณ ต้องลงโปรแกรมใด ๆ คนทำ AdSense ยังจะต้องไม่พยายามที่จะเปลี่ยน browser ของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ หรือ โดยป๊อปอัพ ใด ๆ ด้วยครับ

- ดูดี ๆ ว่าเวบคุณโปรโมทยังไง
เวบที่โฆษณากูเกิลเนี่ยห้าม มี Pop up ดังนั้น ถ้าคุณทำโฆษณาเวบของคุณ ก็ให้แน่ใจนะ ว่าต้องไม่ทำโฆษณาแบบ ป๊อป อัพ

- ห้ามทำ AdSense บนเวบต้องห้าม
ไปอ่านดูที่ program policies เพิ่มนะครับ ว่าเวบแบบไหนที่ห้ามทำ AdSense บ้าง รวมทั้งเวบที่ออกแนว ผู้ใหญ่หน่อยก็ห้าม เวบเกี่ยวข้องกับการพนันทั้งหลายแหล่ หรือ เกี่ยวกับยาเสพย์ติด Google บอกว่า มันคือหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา ที่จะต้องทราบว่าเวบไหนต้องถูกต้องตาม policies ต้องเคารพในเครื่องหมายการค้า Google

- ห้ามเอากรอบ หรือ ลูกเล่น บนหน้ากูเกิล ไปใช้ เด็ดขาด ไปดูข้อห้ามที่ Use of Google Brand Features นอกจากนี้ เจ้าของเวบก็ห้ามใช้ Brand ของ Google ไม่ว่าจะ ตรากูเกิล โลโก หรือ หน้าเวบ หรือ screen shots ก่อนได้รับอนุญาตจากกูเกิล นะครับ

- ห้ามยุ่งกับ AdSense code.
AdSense มีโฆษณาให้เลือกตั้งหลายรูปแบบ หลายสี ในบัญชี AdSense ของคุณ เมื่อสร้างโค๊ดแล้ว ห้าม!!! ปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของ layout behavior, targeting หรือส่ง โฆษณาไปให้ชาวบ้าน ไม่ว่าจะโดยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม นอกเสียจากจะได้รับอนุญาติเป็นพิเศษจากกูเกิลก่อน เท่านั้น

- ให้จัดเตรียมประสบการณ์ที่ดี (ในทางบวก) แก่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
เวบที่มีป๊อปอัพเยอะเกินไป หรือ มีการ redirects ไปยังเวบที่มี อย่างลับ ๆ ล่อ ๆ หรือ พยายาม แทรกแซงเวบปกติสุขของชาวบ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาต ในเครือข่าย AdSense ให้แน่ใจไว้ด้วยนะ ว่าเวบคุณไม่มีการหลอกลวงผู้ใช้ในทางใด ๆ ทั้งสิ้น, ยังไงก็สมควรที่จะทำตาม Webmaster Guidelines เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้เตรียมประสบการณ์ที่ดีไว้ให้แก่ผู้ใช้ครับ

- จัดเตรียม สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ ผู้จ่ายตังค์โฆษณา
เวบที่โชว์โฆษณาของกูเกิล ต้องไม่ทำให้โอกาสของผู้จ่ายตังค์โฆษณาน้อย หรือ ด้อยลงไป เวบที่มีการตุกติก เพื่อให้ผู้ใช้พลาดคลิ๊กโดนโฆษณา ก็ถือว่า ผิด เพราะว่า คนเขาจ่ายตังค์ค่าโฆษณา แต่ว่าคนที่คลิกโดนโฆษณากลับไม่ได้สนใจตัวสินค้า หรือ บริการของเขาอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงทำให้โอกาสการได้ลูกค้าของ ผู้ทำการโฆษณาน้อยลงไปนั่นเองครับ

- ให้รู้จักตอบสนองด้วย
คนทำเวปต้องรับผิดชอบต่อเมล์ที่ AdSense team. ส่งไปให้ ให้แน่ใจด้วยว่าเมล์ที่ใช้อัพเดทอยู่เสมอ เผื่อว่า Google ต้องติดต่อคุณทางเมล์ Google บอกว่าเขาเองก็ตรวจสอบเวบต่าง ๆ อยู่สม่ำเสมอ โดยยึดตาม กฏ และ นโยบายต่าง ๆ ที่เขามีอยู่ครับ แต่ ถ้าหากว่าคุณเจอว่าเวบไหนละเมิดกฏนะ สามารถแจ้งไปยัง Google AdSense Team ได้เลยครับ

AdSense แบบไหนได้ตังค์เยอะกว่ากัน

We've received lots of questions asking for clarification about the relationships between ad type (text vs. image), bidding method (CPM vs. CPC) and targeting type (site vs. contextual). To clear up any confusion, we've separated several myths from the facts.

Myth: All text-based ads are paid on cost-per-click (CPC) basis, and all image-based ads are paid on a cost-per-thousand impressions (CPM) basis.

Fact: Both text and image ads can be paid on either a CPC or CPM basis. AdWords advertisers can choose which type of ad they'd like to create -- e.g., CPM vs. CPC or text vs. image. In order for a CPM ad or an image CPC ad to win in the ad unit auction and appear on your site, it has to produce an effective CPM greater than the sum of the individual text ads that would otherwise appear.

Myth: If I set my ad unit to 'image only', I'll get exclusively CPM ads.

Fact: As mentioned above, image ads can be either CPC or CPM ads, so you could also see CPC image ads. You might also see public service ads if there is a limited inventory of image ads relevant to your site content. As a rule of thumb, we recommend opting into both text and image ads. Doing so expands the pool of advertisers competing to display on your site – both on a CPC and CPM basis – therefore maximizing your site's revenue potential. It also helps to choose an ad format that .

Keep in mind that currently, all CPM ads are site targeted, meaning that your site will only display CPM ads if an AdWords advertiser has decided your content is relevant to their ad campaign. To increase advertiser bidding on your site, you may wish to customize your Onsite Advertiser Sign-up landing page.

Myth: I can't participate in Onsite Advertiser Sign-up because I only want to display text ads on my site.

Fact: Since site-targeted CPM ads can be either text-based or image-based, you can still take advantage of this program even if you only want to show text ads. Advertisers who want to display on your site can create text-based site-targeted ads. Posted by Theresa Chow - AdSense Publisher Support


เราได้รับคำถามมากมาย บอกให้ช่วยอธิบายความสำพันธ์ระหว่าง รูปแบบโฆษณา (ตัวหนังสือ กับ รูปภาพ) วิธีการ bid (CPM กับ CPC) และ targeting type ( site กับ contextual) เพื่อแก้ข้อสงสัย เราแยกหลาย ๆ ข้อสงสัย กับ ความเป็นจริง มาให้ดูกัน

ข้อสงสัย : พวกตัวหนังสือ จ่ายต่อคลิก และ รูป จ่ายต่อการแสดง 1000 ครั้ง ใช่มั้ย
ความจริง : ทั้งตัวหนังสือ และ รูปภาพ สามารถ จ่ายได้ทั้งแบบ CPC หรือ CPM คนที่ทำ Adwords จะเลือกได้ว่าจะทำโฆษณา แบบไหน เช่น CPM กับ CPC กับ ตัวหนังสือ กับ รูปภาพ สำหรับ โฆษณา CPM หรือ รูปภาพ CPC เพื่อชนะการประมูล แล้วจะได้ไปปรากฏบนเวบคุณ, จะต้องมีโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ CPM จะจ่ายแพงกว่าผลรวมของโฆษณาที่เป็นตัวหนังสือที่จะปรากฏเสียอีก (อันนี้งง ๆ ครับ สรุปว่า โฆษณาไม่ว่าแบบไหน มีทั้งจ่ายเป็นคลิก กับจ่ายเมื่อโชว์ครบพันครั้ง..ซึ่งจ่ายเมื่อโชว์ครบพันครั้งน่ะ..จะเป็นจำนวนเงินแพงกว่า พวกจ่ายเป็นคลิกน่ะครับ)

ข้อสงสัย : ถ้าฉันตั้งค่าให้โฆษณาเป็น image only ฉันจะได้โฆษณาที่เป็น CPM เสมอป๊ะ
ความจริง : ก็อย่างที่บอกไว้ด้านบนน่ะ โฆษณาที่เป็นรูปภาพ มันก็เป็นได้ทั้ง CPC หรือ CPM แล้วก็สามารถเห็นเป็นโฆษณาการกุศลได้ด้วยนะ ถ้า inventory ของรูปภาพที่เกี่ยวกับเนื้อหาเวบคุณหมดน่ะ. กฏ โดยทั่วไป เราแนะนำว่า ให้เลือกชนิดโฆษณาที่จะยอมให้โชว์น่ะเป็น ทั้ง ตัวหนังสือ และ รูปภาพนะครับ มันก็จะช่วยให้มีโฆษณามาจากหลายคนทำโฆษณามากขึ้นที่สามารถโชว์บนเวบคุณได้น่ะ. ทั้งพวก CPC และ CPM อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ตังค์เยอะ ๆ จากเวบคุณ ก็ต้องเลือกโฆษณาที่

จำให้ขึ้นใจนะว่าขณะนี้ โฆษณาที่เป็นแบบ CPM ทั้งหมด เป็นพวก site targeted หมายความว่าเวบคุณจะโชว์โฆษณาเฉพาะที่เป็น CPM ถ้าคนทำโฆษณา ตัดสินใจว่า content ของคุณเกี่ยวข้องกับโฆษณาของเขา เพื่อให้คน bid แย่งกันลงโฆษณาบนเวบคุณ คุณอาจจะสมัครเป็น Onsite Advertiser น่ะ (คือถ้าเราเลือกทำจากใน AdSense Account นะครับ บนโฆษณาจะมีคำว่า Advertise on this site น่ะครับ) อ่านเพิ่มวิธีทำ Advertise on this site คลิกที่นี่ครับ

ข้อสงสัย : ฉันสมัคร Onsite Advertiser ไม่ได้เพราะฉันต้องการแค่แสดงโฆษณาที่เป็นตัวหนังสือบนเวบฉันเท่านั้นอ่ะ

ความจริง : โฆษณาที่เป็น site-targeted โฆษณาแบบCPM เป็นได้ทั้งตัวหนังสือ และ รูปภาพ คุณได้เปรียบตรง ถึงแม้คุณจะอยากโชว์โฆณาที่เป็นตัวหนังสือเท่านั้น ผู้ทำโฆษณาคนที่อยากจะโชว์บนเวบคุณ สามารถสร้างโฆษณาเป็นตัวหนังสือ (ประมาณว่า ถ้าเวบแกดีจริง เดี๋ยวคนอยากลงโฆษณาเขาก็ทำโฆษณาแบบที่แกอนุญาติเองนั่นแหละ..ใช่มั้ยครับ ผมเข้าใจเขาถูกใช่มั้ยครับ) แปะ ข้อความนี้ โดย เจ๊ เทเรซ่าส์...เฉา...อิอิ (แอบแซวเจ้าของบทความหน่อยนึง)

ที่มาของบทความ http://adsense-rich.blogspot.com/2007/05/adsense_9203.html

หลักการทำ SEO เบื้องต้น

หลังจากที่เราได้ทำเว็บของเราเสร็จแล้ว ขั้นตอนแรกเลยของการทำ Seo ก็คือการ Submit เว็บของเราไปยัง Search Engine ซึ่ง Search Engine ที่มีชื่อเสียงและมีคนใช้งานมากที่สุดก็คือ Google และอีก 2 ที่ก็คือ MSN และ Yahoo ลิงค์ด้านล่างนี้จะเป็นลิงค์สำหรับ Submit เว็บของเพื่อนไปยัง Search Engine ต่างๆ เช่น Google , Yahoo , MSN


การแบ่งประเภทของการทำ SEO

การทำ SEO ถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

White Hat SEO (SEO หมวกสีขาว)

การทำ SEO ประเภท White Hat คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO โดยยึดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ Search Engine หลาย ๆ ค่ายแนะนำไว้ ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำ Hidden text หรือ Hidden Links
- หลีกเลี่ยงการทำ Doorway
- ไม่ทำ Spam Keyword
- ไม่ทำ Duplicate Content
- ไม่ทำ Cloaking หรือ Sneaky Redirects

Black Hat SEO (SEO หมวกสีดำ)

การทำ SEO ประเภท Black Hat คือ การทำ SEO โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้ประโยชน์ทาง SEO โดยไม่สนใจถึงความเหมาะสม ตามลักษณะที่ตรงข้ามกับการทำ White Hat SEO ทุกประการ (ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง)

นอกจากหมวกขาวและหมวกดำแล้ว ในปัจจุบันยังมีการแบ่งประเภทแบบไม่เป็นทางการอีก 1 ประเภท คือ Gray Hat SEO (SEO หมวกสีเทา) ที่ทำ SEO แบบกึ่งหมวกขาวและหมวกดำ
ตัวอย่างเช่น การทำ Spam Keyword โดยการแต่งประโยคที่มี Keyword อยู่ในประโยคมาก ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ Black Hat SEO จะได้ผลเร็ว แต่ก็มักจะได้ผลแค่ระยะสั้น ๆ จึงขอสนับสนุนให้นัก SEO ทุกท่านทำเว็บด้วย White Hat SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวครับ

ศัพท์น่ารู้

  • Hidden Text คือ การซ่อนข้อความ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การทำสีตัวอักษรกับสีพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน
  • Hidden Links คือ การซ่อนลิงค์ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การใช้ style=”display:none” ครอบแท็กของ Hyperlinks
  • Spam Keyword คือ การทำหน้าเว็บที่มีแต่ Keyword มากมาย
  • Duplicate Content คือ การคัดลอกหน้าเว็บให้เหมือนกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของเว็บแบบไม่มีคุณภาพ
  • Doorway คือ การส่ง Robot ของ Search Engine ไปในหน้าที่มีแต่ Keyword ก่อนแสดงผลหน้าเว็บที่มีเนื้อหา
  • Cloaking คือ การทำหน้าเว็บที่แสดงผลแตกต่างกัน เมื่อถูกเรียกโดย Robot ของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บทั่ว ๆ ไป (แสดงผลให้คนอย่างหนึ่ง ให้บอทอย่างหนึ่ง)
  • Sneaky Redirects คือ การเปลี่ยนการแสดงผลจากหน้าหนึ่ง ไปอีกหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว
บทความนี้นำมาจาก http://www.inthailandbiz.com/seo.php

SEO ใครว่า Title ไม่สำคัญ

Title นั้นสำคัญหรือไม่นั้นวันนี้จะมาไขข้อกระจ่างและความสำคัญของแต่ละ tag ของ html กันครับ
(title)Blog Blogs SEO SEM Adsense Adword Hacker : Gootum.com(/title)บทความนี้ไม่ไดเขียนจากการอ่านหนังสือแต่เขียนจากการทดลองและประสบการณ์จริงเท่านั้น (ที่จริงก็ไม่อยากบอก) แต่บอกหน่อยก็ดีเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้กัน เข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ สิ่งสำคัญของการทำ SEO ในตอนนี้ต้องย้ำนะครับ(ในตอนนี้)คงหนีไม่พ้น Title สำหรับ Search Engine อย่าง Google เพราะจากการทดลองและที่ได้ดูผลมาตลอดนั้น Title ตอนนี้ทาง Google ให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นๆใด ส่วนใครจะว่าเหตุผลอื่นๆหรือส่วนประกอบอย่างอื่นนั้นก็เรื่องของคุณแล้วกัน ผมว่าเป็นที่ Title แล้วก็ส่วนประกอบอีกซักหนึ่งถึงสองอย่างเท่านั้น วิธีการใส่ Title ให้ได้ผลนั้นให้ใส่ Title เท่าที่จำเป็นเท่านั้นอย่าใส่เยอะเช่น (title)Blog Blogs SEO SEM Adsense Adword Hacker : Gootum.com(/title)

         ให้ใส่ชื่อเว็บไว้หลังข้อความ Title และอยากรู้ว่าให้ใส่ได้กี่ข้อความนั้นไม่ยากเลยวิธีการแบบลูกทุ่งๆให้เปิดหน้าจอเป็น 800×600 มาตราฐานที่ 2 รองลงมาจากหน้าจอ 1024 ที่ยังมีคนใช้หน้าจอ 800 อยู่ให้เปิด Browser ดูข้อความที่เราใส่เข้าไปนั้นว่ามันอ่านครบทุกตัวอักษรที่ใส่เข้าไปไหม หากไม่ครบก็ตัดหรือเปลี่ยนคำให้สั้นลง(ให้เอาจอ 800 เป็นตัวกำหนดส่วนจอ 1024 นั้นจะเห็นเป็นปกติครับ) ผลที่ทดลองจากหลายๆเว็บจึงสรุปได้ว่ามันมีส่วนสำคัญมากๆอาจจะบอกว่าเป็นอันดับต้นๆของการทำSEO ให้ติดที่ 1 ของผล SERPs เลยก็ว่าได้ และองค์ประกอบส่วนอื่นๆที่คุณๆท่านๆรู้กันนั้นก็ต้องใช้ประกอบด้วยนะครับ แต่อย่าลืม Title ก็แล้วกัน หรือเพื่อนๆท่านใดที่ไม่ได้ใส่ Title ในการทำSEO แล้วทำให้ติดSEO ผล SERPs อันดับที่ 1 ได้นั้นมาบอกด้วยนะครับว่าทำยังไงทางผมยินดีรับฟังข้อมูลจากท่านอื่นๆเสมอครับ(อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจากการทดลองหากท่านอื่นมีข้อมูลอะไรเอามาแชร์ความรู้กันครับ) บทความนี้ได้ทดลองกับ 2 เว็บภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนเองครับ 1 เว็บผมสามารถทำให้ติดอันดับ 1 ได้แล้วซึ่ง keyword ที่ติดอันดับ 1 นั้นจำนวน 3 keyword แล้ว 1 keyword ติดที่ 2 สรุปว่า 1 เว็บติดตั้ง 4 keyword อันดับ 1-2 เท่านั้น ส่วนอีกเว็บนึงนั้น keyword มหาหินที่บอกว่าโคตรของโคตรยากที่จะทำติดหน้าแรกได้ผมใช้เวลาเพียง 1 อาทิตย์ทำติดหน้า 2 ได้แต่ไม่รู้ว่าจะขึ้นมาหน้าแรกได้ตอนไหนแต่มันก็เป็นที่น่าดีใจเพราะว่าก่อนทำไม่ติด 1 ใน 1000 อันดับเลยครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะบอกว่า Title ดีมีผลแก่ SERPs มากๆครับ และอีก 1-2 อย่างที่ยังไม่อยากบอกแต่ขอทำการทำลองก่อนว่ามันจริงอย่างที่ผมคิดไว้รึเปล่า แล้วจะมาบอกอีกครั้งนะครับ แต่ครั้งนี้ยกคะแนนให้ Title ก่อนแล้วกันครับ

แถมข้อคิดไว้นิดนึง
         Search Engine ทำงานยังไงSearch Engine จะทำหน้าที่เชื่อมโยงคำที่คุณป้อนเข้าไปกับฐานข้อมูลของหน้าเว็บที่Search Engine เก็บเอาไว้จากนั้นก็จะแสดงผลออกมาเป็นรายการของ URL กับเนื้อหาโดยย่อหรือที่เรียกา Description และ Search Engine เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับคำค้นหาที่เราป้อนมากที่สุด(1)Search Engine ทุกตัวจะอาศัยคำที่ Title, URL, Description, แล้วเนื้อหาภายในเว็บเป็นพื้นฐานนี้ทั้งสิ้น(2)
Search Engine จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆคือ ควานหา(Search) สร้างดัชนี(indexed) และระบบประมวลผลคำค้น(Runtime System) ทั้งสามส่วนนี้จะหลอมรวมกันเข้าเป็นคุณภาพและความรวดเร็วของ Search Engine และนอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผล 108 ประการที่จะส่งผลให้ SERPs นั้นติดอันดับต้นๆ หากคุณมองออกว่า Search Engine ต้องการอะไรคุณนั่นแหล่ะคือที่ 1 ของ SERPs
ขอให้ทุกท่านโชคดีกับผล SERPs ตามที่ตั้งใจไว้นะครับ และเป็นกำลังใจแก่ชาวSEO ทุกท่านนะครับว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของท่านหรอกครับ…..

SERPs - หน้าแสดงผลการสืบค้น
SEO - Search Engine Optimization (การปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับค้นหาที่ดีขี้น)
Indexed - หน้าที่ถูกเก็บเป็นฐานข้อมูลในการค้นหา

ที่มา: http://blog.gootum.com

Google AdSense คืออะไร

         Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ โฆษณาที่ส่งมาจาก Google จะเช็คข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยเช็คเนื้อหาพวก content ต่างๆ เช็คชื่อไฟล์ที่คุณเชฟ เช็ค keyword tltle ต่างๆด้วยนะครับ ซึ่งเทคนิกนั้นสามารถหลอก google เอา ads มาโชว์ได้หลายรูปแบบครับ?โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ Google AdSense เป็นขุมทรัพย์ที่หาเงินได้จริงๆบนโลกออนไลน์ ไม่มีการหลอกลวงแต่อย่างใด ซึ่ง Google AdSense นี้สามารถทำให้ผมมีค่าขนมกินทุกๆเดือนครับ อาจจะไม่ได้เยอะแต่ก็ได้บ้างนิดๆหน่อยๆ ยังไงลองสมัครดูครับไม่มีอะไรเสียหาย

Google AdSense จะให้เงินเรากรณีไหนบ้าง
จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)
         เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)
         อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้

Google AdSense

* ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณและได้ $5 ภายใน 180 วัน
* ค่าตอบแทน $250 หากภายใน 180 วันถ้าผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณสามารถทำได้ $100 โดยผู้ที่สมัครต่อจากคุณต้องกรอก PIN ก่อนคุณถึงจะได้รับค่าตอบแทน

? ค่าตอบแทน $2,000 หากคุณมี 25 คนที่สมัครต่อจากคุณภายในระยะเวลา 180 วัน ที่สามารถทำได้มากกว่า $100 คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี)

Google AdWords

* ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สนในลงโฆษณากับ Google Adwords ผ่าน Referred ของคุณและชำระค่าบริการ $5
* ค่าตอบแทน $40 หากผู้ที่ลงโฆษณากับ Google Adwords ใช้บริการโฆษณาและชำระค่าบริการ $100 ภายใน 90 วัน

? ค่าตอบแทน $600 หากมีผู้สมัครผ่านคุณ 25 คนที่ลงโฆษณากับ Google Adwords โดยผู้ที่โฆษณาใครก็ตามที่ชำระค่าบริการมากกว่า $100 ภายใน 90 วัน คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี

Firefox
         คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน (แต่อย่างไรผมก็ได้แค่ 10 เซ็นต์ ทำไมเป็นแบบนั้น ???)

AdSense for Search
         คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Googel Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด) ค่าตอบแทนจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยุ่กับ Keyword ที่ผู้ใช้ค้นหา ซึ่งจะไม่เท่ากัน

Google Apps
         Google Apps คือระบบที่เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งในระบบจะมีบริการต่างๆที่สมาชิกในกลุ่มใช้ได้ เช่น อีเมลล์ ระบบการการสนทนาผ่าน Instant Massaging ระบบปฎิทิน ที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช่ร่วมกันได้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างภายในสมาชิก ระบบทั้งหมด Google เป็นผู้ให้บริการ โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์และค่าซอฟท์แวร์แต่อย่างใด รวมถึงไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษา

         คุณจะได้รับ $5 จากที่มีผู้สนใจคลิกโฆษณา Google Apps ผ่านเว็บไซด์ของคุณและได้ทำการลงทะเบียนอย่างเสร็จสมบูณณ์ อย่างไรก็ตามหากผู้ที่สนใจไม่ได้สมัคร Google Apps ทันทีก็ตามระบบจะเก็บขอมูลการคลิกโฆษณา Google Apps จากเว็บไซด์ของคุณต่ออีกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ นั่นหมายถึงเขาอาจจะสมัครหลังจากนั้นก็ได้ แล้วคุณก็ยังได้รับรายได้อยู่

Google Checkout
         Google Checkout คือระบบการจับจ่ายซื้อสินค้าที่สะดวก ปลอดภัยและรวดเร็ว ด้วยระบบการรับชำระของ Google Checkout คุณสามารถทำรายการสั่งซื้อและจ่ายค่าสินค้าตลอดจนตรวจสอบรายการ การสั่งซื้อหรือการจ่ายค่าสินค้าได้ด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บไซด์

         คุณจะได้รับ $1 ถ้ามีผู้ที่สมัครบัญชี Google Checkout ผ่านการแนะนำจากเว็บไซด์ของคุณ และได้ทำรายการสั่งซื้อสินค้าภายใน 90 วันและรายการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์จนการชำระค่าสินค้าเสร็จสิ้น โดยมูลค่าของสินค้าต้องมีมูลค่า $10 ขึ้นไป ก่อนที่รวมภาษีและค่าขนส่ง ภายใน 7 วัน

ที่มา: http://blog.gootum.com/
 

Followers

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

My Blog List

ข่าวเด่นข่าวด่วน

Site Info